<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สยามไม้แกะสลัก รับงานแกะสลักไม้ &#187; Thai Art and Culture</title>
	<atom:link href="http://siamwoodcarving.com/category/thai-art-and-culture/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://siamwoodcarving.com</link>
	<description>***** ไม้แกะสลัก แกะสลักไม้ รูปแบบการทำงานของ ช่างไม้แกะสลัก งานฝีมือ หัตถกรรม ลงบนผืนไม้ได้อย่างยอดเยี่ยมโดย สยามไม้แกะสลัก-siamwoodcarving</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 15:31:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/467/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/467/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2010 15:59:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[ฝีพระหัตถ์งานช่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/?p=467</guid>
		<description><![CDATA[พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมฝีพระหัตถ์งานช่าง พระราชกรณียกิจเนื่องด้วยการทะนุบำรุงฝีมือช่างเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสิ่งสวยงามประดับพระนคร ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" title="ศิลปหัตกรรม" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2010/07/woodcarving.jpg" style="margin-right: 10px;" alt="ศิลปหัตกรรม" /></p>
<h3>การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมฝีพระหัตถ์งานช่าง</h3>
<p>พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมฝีพระหัตถ์งานช่าง พระราชกรณียกิจเนื่องด้วยการทะนุบำรุงฝีมือช่างเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสิ่งสวยงามประดับพระนคร นอกจากทรงส่งเสริมอุปถัมภ์แก่บรรดาช่างทั้งปวงให้ได้แสดงสติปัญญาและฝีมือแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ยังทรงพระปรีชาสามารถทรงงานช่างด้วยพระองค์เอง ฝีพระหัตถ์งานช่างต่างๆ นั้นประกอบด้วยฝีมือช่างอย่างวิจิตรยิ่ง นอกจากนี้ยังมีงานประติมากรรม ไม้แกะสลักชิ้นเอกของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งลงฝีพระหัตถ์คือบานประตูพระวิหารหลวงวัดสุทัศน์เทพวราราม มีลวดลายสลักเสลาละเอียดประณึตสวยงามยิ่ง </p>
<p>การทรงงานแกะสลักไม้ครั้งนั้นเป็นที่เลื่องลือมาก กล่าวกันว่าลวดลายสัตว์ต่างๆ เหล่านี้บรรจงร่างแบบรวมทั้งการแกะสลักไม้ได้อย่างวิจิตรพิศดาร ถ้าคนไม่รู้จะนึกว่านำชิ้นงานไม้มาต่อๆ กัน แต่จริงๆ แล้วเมื่อศึกษาแล้วจะเป็นไม้แผ่นเดียว แล้วนำมาแกะสลักลงไป บางอย่างแทบนึกไม่ถึงว่าทำอย่างไรถึงจะแกะสลักไม้ถึงด้านหลังได้ แสดงว่าต้องมีความวิริยะอุตสาหะมาก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงเริ่มการแกะสลักไม้ก่อน ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับช่างแกะสลักไม้ที่จะทำต่อๆ มาตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน</p>
<p><a href="http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/467/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/467/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าวเหนียว</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/296/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/296/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Jan 2009 23:00:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Glutinous rice]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวเหนียว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=296</guid>
		<description><![CDATA[ข้าวเหนียว อาจารย์ สุรัตน์ จงดา สันนิฐานว่า ข้าวยุคแรกที่มนุษย์กิน คือพันธุ์ข้าวเหนียว หลักฐานที่เราค้นพบ เมล็ดข้าวหรือข้าวเปลือก ที่ถ้ำปงคง จ. แม่ฮ่องสอน 5500 ปี และที่บ้านเชียง การค้นพบเมล็ดข้าวที่บ้านเชียง 3000-4000 ปี เป็นข้าวเมล็ดปล้อง สันนิฐานว่าอยู่ในตระกูลข้าวเหนียว&#160; ข้าวเจ้าสันนิฐานว่า ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย โดยศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ เพราะมีพ่อค้าจากอินเดีย ล่องเรือเข้ามาในสุวรรณภูมิ ก็นำเมล็ดข้าวเหล่านี้เข้ามาด้วย และคนในวรรณะสูงปลูกข้าวชนิดนี้กินกัน พราหมณ์ และพระต่าง ๆ ข้าวชนิดนี้ต้องวรรณะกษัตริย์กิน จึงเรียกว่า &#34;ข้าวเจ้า&#34; &#160; ข้าวเหนียวมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเพณีต่าง ๆ ทั้ง 4 ภาค ภาคกลาง ข้าวต้มมัด&#160; ข้าวต้มลูกโยน ต่าง ๆ ภาคใต้ ขนมพอง ขนมโต ทำมาจากข้าวเหนียว งานแต่งงานทางภาคใต้ เรียกว่า กินเหนียว ทำจากข้าวเหนียว ซึ่งมีความหมาย ให้รัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img width="250" height="183" alt="ข้าวเหนียว" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/28/glutinous-rice.jpg" title="ข้าวเหนียว" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ข้าวเหนียว</p>
<p></strong>อาจารย์ สุรัตน์ จงดา</span></span><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สันนิฐานว่า ข้าวยุคแรกที่มนุษย์กิน คือพันธุ์ข้าวเหนียว หลักฐานที่เราค้นพบ เมล็ดข้าวหรือข้าวเปลือก ที่ถ้ำปงคง จ. แม่ฮ่องสอน 5500 ปี และที่บ้านเชียง</span></span></p>
<p align="center"><img alt="glutinous rice" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/28/glutinous--rice.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การค้นพบเมล็ดข้าวที่บ้านเชียง 3000-4000 ปี เป็นข้าวเมล็ดปล้อง สันนิฐานว่าอยู่ในตระกูลข้าวเหนียว&nbsp; ข้าวเจ้าสันนิฐานว่า ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย โดยศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ เพราะมีพ่อค้าจากอินเดีย ล่องเรือเข้ามาในสุวรรณภูมิ ก็นำเมล็ดข้าวเหล่านี้เข้ามาด้วย และคนในวรรณะสูงปลูกข้าวชนิดนี้กินกัน พราหมณ์ และพระต่าง ๆ ข้าวชนิดนี้ต้องวรรณะกษัตริย์กิน จึงเรียกว่า &quot;ข้าวเจ้า&quot;<br />
</span></span><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p align="left">&nbsp;</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">  ข้าวเหนียวมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเพณีต่าง ๆ ทั้ง 4 ภาค</span></span></p>
<p align="center"><img alt="ข้าวต้มมัด" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/28/glutinous-rice-2.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาคกลาง ข้าวต้มมัด&nbsp; ข้าวต้มลูกโยน ต่าง ๆ</span></span></p>
<p align="center"><img alt="ขนมพอง" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/28/glutinous-rice-3.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ภาคใต้ ขนมพอง ขนมโต ทำมาจากข้าวเหนียว </span></span></p>
<p align="center"><img alt="งานแต่งงาน ภาคใต้" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/28/glutinous-rice-4.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานแต่งงานทางภาคใต้ เรียกว่า กินเหนียว ทำจากข้าวเหนียว ซึ่งมีความหมาย ให้รัก กลมเกลียวสามัคคี</span></span></p>
<p align="center"><img alt="ข้าวจี่" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/28/glutinous_rice-5.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ข้าวจี่ คือข้าวเหนียวนึ่ง นำมาปั้นเป็นก้อนแล้วเสียบด้วยไม้ไผ่นำไปย่างไฟอ่อน ๆ นำไข่มาตีให้ละเอียด แล้วราดไปบนข้าวจี่ที่ย่างไฟอ่อน ๆ</span></span></p>
<p align="center"><img alt="ข้าวหลาม" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/05/28/glutinous-rice-7.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">วิธีถนอมข้าวเหนียว เวลาเดินทางไปไกล ๆ ก็จะทำเป็นข้าวหลาม คือเอาข้าวใส่กระบอก แล้วเติมน้ำเอาไปเผา สามารถเก็บได้หลายวัน</span></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รับชม บทเพลง ข้าวเหนียว<br />
ร้องนำโดย&nbsp; </span></span><font face="Tahoma" size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หงา คาราวาน</span></span></font></p>
<p><center><br />
<embed width="480" height="360" src="http://blip.tv/play/AY+ONoOcPw" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed><br />
</center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/296/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แกะสลักเทียน</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/292/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/292/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Dec 2008 10:28:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[candle carving]]></category>
		<category><![CDATA[การทำเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างทำเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างแกะสลักเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[เทียนพรรษา]]></category>
		<category><![CDATA[แกะสลักเทียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=292</guid>
		<description><![CDATA[แกะสลัก เทียนแห่พรรษา source&#160; : TV BURABHA การทำเทียนพรรษา ทำเพื่อถวายวัด 1 ปี ก้จะมีเพียง 1 ครั้ง โดยมีวัตถุดิบคือ เศษเทียน และรังผึ้งที่ร้างไม่มีตัวผึ้ง เมื่อได้รังผึ้งมาแล้วก็จะนำมาตัดเป็นชิ้นๆ และนำไปนึ่งบน หวดนึ่งข้าวเหนียว ประมาณ 10 นาที แล้วนำไปเทบนถาดน้ำเย็น ขึ้ผึ้งก็จะเริ่มแข็งตัว จากนั้น นำขี้ผึ้งที่ได้นำไปแช่ในน้ำอุ่น เพื่อให้เทียนอ่อนตัว ก่อนที่นำไปพิมพ์ลาย อุปกรณ์ในการพิมพ์ลายก็จะมีแท่นพิมพ์ ซึ่งทำจากหินที่ แกะสลัก ลวดลายลงไป &#160;โดยนำขี้ผึ้งมาปั้นเป็นก้อน แล้ววางบนแท่นพิมพ์ แล้วใช้ขวดแก้วกดลงไป แกะสลัก เทียน ลวดลายที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นลวดลายแบบไทยๆ ซึ่งแต่ละลายก็มีชื่อเรียกแตกต่างกัน ลายเทพพนม ลายเกลียวกนก จากนั้นนำไปตัดลาย โดยเอาลวดลายที่ได้จากการตัดลาย มาติดบนแบบ และตกแต่งให้สวยงาม ตามต้องการ จึงเป็นที่มาของ เทียนพรรษาแบบติดพิมพ์ โดยที่หุ่นแต่ละตัวใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง และแบบพิมพ์กว่า 500 ชิ้น นอกจากเทียนเก่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>แกะสลัก เทียนแห่พรรษา</strong></span></span></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">source&nbsp; : TV BURABHA </p>
<p>การทำเทียนพรรษา ทำเพื่อถวายวัด 1 ปี ก้จะมีเพียง 1 ครั้ง โดยมีวัตถุดิบคือ เศษเทียน และรังผึ้งที่ร้างไม่มีตัวผึ้ง</span></span><font face="Arial" size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font face="Arial" size="2"><font face="Tahoma"><img alt="แกะสลัก เทียน" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle2.jpg" /></p>
<p><img alt="" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle4.jpg" /></p>
<p></font></font></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมื่อได้รังผึ้งมาแล้วก็จะนำมาตัดเป็นชิ้นๆ และนำไปนึ่งบน หวดนึ่งข้าวเหนียว ประมาณ 10 นาที</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font size="2"><font face="Tahoma"><img alt="แกะสลัก เทียน" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle5.jpg" /></p>
<p></font></font></p>
<p style="text-align: left;"><font size="2"><font face="Tahoma"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แล้วนำไปเทบนถาดน้ำเย็น ขึ้ผึ้งก็จะเริ่มแข็งตัว จากนั้น นำขี้ผึ้งที่ได้นำไปแช่ในน้ำอุ่น เพื่อให้เทียนอ่อนตัว ก่อนที่นำไปพิมพ์ลาย</span></span></font></font></p>
</div>
</div>
</div>
<div align="center"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle6.jpg" alt="แกะสลัก เทียน - แม่พิมพ์" /></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อุปกรณ์ในการพิมพ์ลายก็จะมีแท่นพิมพ์ ซึ่งทำจากหินที่ แกะสลัก ลวดลายลงไป</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font size="2"><font face="Tahoma"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle7.jpg" alt="แกะสลัก เทียน - แม่พิมพ์" /></p>
<p></font></font></p>
<div align="left">&nbsp;<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โดยนำขี้ผึ้งมาปั้นเป็นก้อน แล้ววางบนแท่นพิมพ์ แล้วใช้ขวดแก้วกดลงไป</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font size="2"><font face="Tahoma"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle8.jpg" alt="แกะสลัก เทียน" /><br />
</font></font><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แกะสลัก เทียน</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p></span></span></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลวดลายที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นลวดลายแบบไทยๆ ซึ่งแต่ละลายก็มีชื่อเรียกแตกต่างกัน</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font size="2"><font face="Tahoma"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle9.jpg" alt="แกะสลัก เทียน - ลายเทพพนม" /><br />
ลายเทพพนม</font></font></div>
</div>
</div>
</div>
<p><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle10.jpg" alt="แกะสลัก เทียน - ลายเกลียวกนก" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายเกลียวกนก<br />
</span></span></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จากนั้นนำไปตัดลาย</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font size="2"><font face="Tahoma"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle20.jpg" alt="แกะสลัก เทียน - การตัดลาย" /></p>
<p><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle21.jpg" alt="แกะสลัก เทียน - การติดพิมพ์" /><br />
</font></font></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โดยเอาลวดลายที่ได้จากการตัดลาย มาติดบนแบบ และตกแต่งให้สวยงาม ตามต้องการ จึงเป็นที่มาของ เทียนพรรษาแบบติดพิมพ์ โดยที่หุ่นแต่ละตัวใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง และแบบพิมพ์กว่า 500 ชิ้น</p>
<p>นอกจากเทียนเก่า เราก้มีเทียนใหม่เป็นส่วนผสม เพื่อที่จะทำให้เทียนที่จะไป แกะสลัก นั้น แกะสลัก ง่ายและไม่แข็งจนเกินไป ในการทำต้นเทียนแต่ละต้น จะทำการตั้งแกนทำเป็นบลอกหล่อลำต้น</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font size="2"><font face="Tahoma"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle3.jpg" alt="" /></p>
<p></font></font></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โดยใช้ปูนปลาสเตอร์ และกากมะพร้าวมาปั้นขึ้นบนแกนกลาง ที่ข้างในเป็นแกนเหล็ก จากนั้นก็จะเอากรอบสังกะสีมาครอบ แล้วเทเทียน ที่ต้มเสร็จแล้วลงไป ทิ้งไว้ 1 วัน ต้นเทียนจะเริ่มแห้ง ลักษณะเรียบๆ พร้อมที่จะนำไป แกะสลัก</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"><br />
</font></font></p>
<div align="center"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle11.jpg" alt="แกะสลัก เทียน" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;อุปกรณ์ที่ใช้ในการ แกะสลัก ต้นเทียนนั้นจะมีเกียง</span></span></p>
</div>
</div>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle12.jpg" alt="แกะสลัก เทียน - เกียง" /></p>
<p style="text-align: left;">
<font size="2"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เกียง ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนด้ามมีดเล็กๆ ที่ใช้ในการ แกะสลัก ลวดลายต่างๆ</span></span></font></p>
<p style="text-align: center;"><font size="2"><font face="Tahoma"><br />
<img alt="" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle13.jpg" /><br />
</font></font></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p style="text-align: center;">สปอตไลต์</p>
<p></span></span><span style="font-family: Tahoma;"></p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p></span><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> </span></span></p>
<div align="left"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;เพื่อช่วยให้ต้นเทียนอ่อนตัว และ แกะสลัก ได้ง่ายขึ้น นอกจากลายบนต้นเทียนแล้ว ฐานของลำต้นเทียน ก็จะมีการตกแต่ง ลวดลายต่างๆ ด้วย</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"></p>
<p></font></font></p>
<div align="center"><font size="2"><font face="Tahoma"><img alt="แกะสลัก เทียน - ลายบัว" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle14.jpg" /><br />
ลาบบัว</p>
<p><img alt="แกะสลัก เทียน - ลายเทพพนม" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle15.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายเทพพนม</span></span></p>
<p><img alt="แกะสลัก เทียน - ลายก้ามปู" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle16.jpg" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายก้ามปู</span></span></p>
<p><img alt="แกะสลัก เทียน - หล่อเรซิ่น" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle17.jpg" /></p>
<p></font></font></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&nbsp;ลายต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้ใช้ ช่างแกะสลัก ลายที่ฐานทำจากการหล่อในแบบ ที่ทำมาจากซิลิโคน เนื่องจากต้องใช้ พิมพ์ลายมาก และให้ทันกับความต้องการของลูกค้า</span></span></p>
<p><img alt="แกะสลัก เทียน" src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle18.jpg" /><br />
<img alt="แกะสลัก เทียน " src="http://www.siamwoodcarving.com/2007/10/05/candle19.jpg" /></p>
<p style="text-align: left;">&nbsp;<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ซึ่งวิฑีการติด ก็จะใช้ความร้อนเข้ามาช่วยให้ลวดลายอ่อนตัว และติดลงบนฐานได้</p>
<p>&nbsp;ประเพณีการแห่เทียนพรรษา คงไม่ใช่เฉพาะความยิ่งใหญ่ อลังการ ความสวยงามของต้นเทียนเท่านั้น ต้นทางของต้นเทียน แต่ละต้นนั้นมีความหมาย และเป็นสัญลักษณ์ ความสมัครสมานสามัคคี ความเลื่อมใสศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนาของชาวไทยทุกคน</p>
<p>แม้ทุกวันนี้ แสงเปลวเทียนจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับการปฎิบัติของสงฆ์ในแต่ละวัดแล้วก็ตาม เนื่องจากมีแสงไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ แต่ว่าความสว่างไสว และความศรัทธาในพระพุทธศาสนา นั้นต้องอาศัยความศรัทธา และปัญญา พุทธศาสนิกชน จำเป็นยังต้องมีอยู่นะครับ</span></span><font size="2"><font face="Tahoma"><br />
</font></font></p>
</div>
<p><center><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/scripts/pokkariPlayer.js?ver=2007082501"></script><script type="text/javascript" src="http://blip.tv/syndication/write_player?skin=js&#038;posts_id=414061&#038;source=3&#038;autoplay=true&#038;file_type=flv&#038;player_width=480&#038;player_height=270"></script></p>
<div id="blip_movie_content_414061"><a onclick="play_blip_movie_414061(); return false;" rel="enclosure" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-CandleCarving962.flv"><img height="270" width="480" border="0" title="Click to play" alt="Video thumbnail. Click to play" src="http://blip.tv/file/get/Siamwood-CandleCarving962.flv.jpg" /></a><br />
<a onclick="play_blip_movie_414061(); return false;" rel="enclosure" href="http://blip.tv/file/get/Siamwood-CandleCarving962.flv">Click To Play</a></div>
<p></center></div>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/292/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://blip.tv/file/get/Siamwood-CandleCarving962.flv" length="71637196" type="video/x-flv" />
		</item>
		<item>
		<title>ศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยลายรดน้ำ</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/285/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/285/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2008 06:31:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[งานลายลดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสิบหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ลายรดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=285</guid>
		<description><![CDATA[ศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยลายรดน้ำ ช่างสิบหมู่&#160;ซึ่งปัจจุบันศิลปินเหล่านี้ ได้มีการพัฒนา ให้เป็นรูปแบบที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวได้รับการยกย่องให้เป็นงาน สกุลช่างเมืองเพชร งานลายลดน้ำ ก็เป็นหนี่งในงานของสกุลช่างเมืองเพชรเช่นกัน งานลายลดน้ำ จัดเป็นงานช่างศิลป์ประเภทหนึ่งซึ่งรวมอยู่ในหมู่ช่างรัก อันเป็นช่างหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ เป็นการตกแต่งเครื่องใช้ เครื่องประดับ โดยการเขียนลวดลาย และรูปภาพด้วยวิธีการปิดทองลดน้ำ การทำงานลายลดน้ำ เริ่มต้นขั้นแรกช่างจะใช้รักเช็ดทาลงไปบนชิ้นงาน เขียนลายด้วย น้ำยาหรดาล (คือชื่อแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุสารหนู และกำมะถัน มีสีแดงอมเหลือง&#160; ใช้สำหรับเขียนลายรดน้ำและสมุดดำ)ซึ่งน้ำยาหรดาลตัวนี้ คือส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างลักษณะความแตกต่างในแก่งานหลายรดน้ำจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา จากนั้นปิดทองทับ แล้วใช้น้ำล้างชิ้นงาน ทองที่ปิดลงบนรักเช็ดจะยังคงติดอยู่บนชิ้นงาน แต่ทองที่ปิดลงไปบนหรดาลจะหลุดออกมาทำให้มองเห็นเป็นลวดลาย อุปกรณ์ในการทำลายรดน้ำเป็นอุปกรณ์ที่หาได้จากท้องถิ่น ได้แก่ รักน้ำเกลี้ยง คือน้ำยาของต้นรัก นำมากรองและซับน้ำที่ปนอยู่ให้ระเหยออกไป รักเช็ด ได้จากการนำรักน้ำเกลี้ยงไปเคี่ยวไฟอ่อนๆ จนมีความเหนียวเป็นยาง ใช้เป็นตัวผสานให้ทองติดบนชิ้นงานได้อย่างราบเรียบ ที่เหลืออย่าง น้ำยาหรดาล ดินสอ พอง และสำลี ก็สามารถหาได้จาดท้องถิ่นเช่นกัน ส่วนที่ต้องหาซื้อ ได้แก่ ทองคำเปลวรีดเป็นแผ่นคล้ายทองที่ปิดพระ แต่ทองที่ใช้ในงานปิดทองรดน้ำจะเป็นทองคำบริสุทธิ์ หรือ ทองร้อยเปอร์เซ็นต์ กับพู่กันเบอร์0 ซึ่งมีปลายเล็กสำหรับเขียนลาย และกระดาษไขสำหรับเขียนแบบเพื่อปรุลาย การเขียนลายรดน้ำเดิมจะเขียนเป็นรูปลายไทย ลายกนก ลายเทพเทวดา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a target="_blank" href="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/11/glazer2.jpg" rel="lightbox[285]"><img height="188" align="left" width="270" alt="งานลายลดน้ำ" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/11/glazer2.jpg" style="margin-right: 10px;" /></a></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยลายรดน้ำ</span></span></strong></h3>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ช่างสิบหมู่&nbsp;</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ซึ่งปัจจุบันศิลปินเหล่านี้ ได้มีการพัฒนา ให้เป็นรูปแบบที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวได้รับการยกย่องให้เป็นงาน สกุลช่างเมืองเพชร</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานลายลดน้ำ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> ก็เป็นหนี่งในงานของสกุลช่างเมืองเพชรเช่นกัน งานลายลดน้ำ จัดเป็นงานช่างศิลป์ประเภทหนึ่งซึ่งรวมอยู่ในหมู่ช่างรัก อันเป็นช่างหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ เป็นการตกแต่งเครื่องใช้ เครื่องประดับ โดยการเขียนลวดลาย และรูปภาพด้วยวิธีการปิดทองลดน้ำ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การทำงานลายลดน้ำ เริ่มต้นขั้นแรกช่างจะใช้รักเช็ดทาลงไปบนชิ้นงาน เขียนลายด้วย น้ำยาหรดาล (คือชื่อแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุสารหนู และกำมะถัน มีสีแดงอมเหลือง&nbsp; ใช้สำหรับเขียนลายรดน้ำและสมุดดำ)ซึ่งน้ำยาหรดาลตัวนี้ คือส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างลักษณะความแตกต่างในแก่งานหลายรดน้ำจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จากนั้นปิดทองทับ แล้วใช้น้ำล้างชิ้นงาน ทองที่ปิดลงบนรักเช็ดจะยังคงติดอยู่บนชิ้นงาน แต่ทองที่ปิดลงไปบนหรดาลจะหลุดออกมาทำให้มองเห็นเป็นลวดลาย <br />
อุปกรณ์ในการทำลายรดน้ำเป็นอุปกรณ์ที่หาได้จากท้องถิ่น ได้แก่ รักน้ำเกลี้ยง คือน้ำยาของต้นรัก นำมากรองและซับน้ำที่ปนอยู่ให้ระเหยออกไป รักเช็ด ได้จากการนำรักน้ำเกลี้ยงไปเคี่ยวไฟอ่อนๆ จนมีความเหนียวเป็นยาง ใช้เป็นตัวผสานให้ทองติดบนชิ้นงานได้อย่างราบเรียบ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ที่เหลืออย่าง น้ำยาหรดาล ดินสอ พอง และสำลี ก็สามารถหาได้จาดท้องถิ่นเช่นกัน ส่วนที่ต้องหาซื้อ ได้แก่ ทองคำเปลวรีดเป็นแผ่นคล้ายทองที่ปิดพระ แต่ทองที่ใช้ในงานปิดทองรดน้ำจะเป็นทองคำบริสุทธิ์ หรือ ทองร้อยเปอร์เซ็นต์ กับพู่กันเบอร์0 ซึ่งมีปลายเล็กสำหรับเขียนลาย และกระดาษไขสำหรับเขียนแบบเพื่อปรุลาย <br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">การเขียนลายรดน้ำเดิมจะเขียนเป็นรูปลายไทย ลายกนก ลายเทพเทวดา หรือสัตว์ในวรรณคดี แต่ในปัจจุบันมีการประยุกต์ลวดลายของการเขียนลายรดน้ำให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น มีการผสมผสานระหว่างลายไทยกับลวดลายจากธรรมชาติ ซึ่งงานเขียนลายรดน้ำได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่างานศิลปะด้านอื่นๆ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานที่นิยมใช้ลายรดน้ำ ได้แก่ ตู้พระไตรปิฎก ตู้พระธรรม บานประตูหน้าต่าง บางแห่งนิยมทำเป็นภาพติดประดับบนฝาผนัง งานลายรดน้ำที่ยังคงงดงามถึงทุกวันนี้ซึ่งสามารถไปชมกันได้ คือที่ศาลาการเปรียญ ตำหนักสมเด็จพระเจ้าแตงโม วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี หรือเข้าไปสอบถามรายละเอียดที่ </p>
<p><strong>ศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยลายรดน้ำ</strong> จังหวัดเพชรบุรี <br />
โทร. 08-9015-2099,08-1987-0318 <br />
</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/285/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตรกรรม ลายรดน้ำ</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/269/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/269/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2008 06:56:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[จันทนา แจ่มทิม]]></category>
		<category><![CDATA[จิตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รักแท้]]></category>
		<category><![CDATA[ลายรดน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=269</guid>
		<description><![CDATA[ลายรดน้ำ โดยจันทนา แจ่มทิม จิตรกรรม ลายรดน้ำ โดยจันทนา แจ่มทิม เป็นศิลปินที่ผลิตงานลายรดน้ำ สร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง และมาทำความเข้าใจกับงานรักนั้นจะมาใช้ในงานศิลปะอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร ลายรดน้ำ เป็นงานปราณีตศิลป์ของไทยชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในงานจิตรกรรมประเภทสีเอกรงค์ ขั้นตอนการเขียนลายรดน้ำ จะเริ่มจากการร่างแบบโดยใช้ดินสอพองเขียนบนพื้นกระดานรัก งานลายรดน้ำจะเริ่มจากการเตรียมพื้นผิววัสดุให้พร้อมก่อน โดยใช้ยางรักสีดำๆ ทาบนแผ่นไม้ให้ทั่ว โดยจะมีตัวช่วยในการอุดร่อง และรูบนลายไม้ให้เรียบเยียนขึ้น นั่นคือสมุก เตรียมพื้นผิวบนแผ่นไม้ ด้วยยางรัก สมุก คือยางรักที่ผสมกับวัสดุอื่น เช่น ผงอิฐ, ถ่านใบตองแห้ง, ดินสอพอง เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อยางรัก ซึ่งเมื่อลงสมุกแล้ว ก็ต้องรอจนแห้ง ซึ่งวิธีที่ทำให้แห้งเร็วนั้น ก็ต้องนำเข้าไปในมุ้งที่ฉีดน้ำจนเปียกชุ่ม เพราะรักนั้นจะแห้งเร็วขึ้นเมื่อมีความชื้น เรียกวิธีนี้ว่า การบ่มรัก เมื่อรักที่บ่มไว้แห้งแล้ว ก็นำแผ่นไม้ออกมาขัด และลงสมุกที่มีเนื้อละเอียดขึ้นในครั้งต่อไป ซึ่งก็ต้องทำซ้ำไป ซ้ำมาเป็นแบบนี้อยู่หลายรอบ จนกว่าพื้นไม้ที่ได้จะเรียบเป็นสีดำ เงางาม ขั้นตอนการเขียนลายรดน้ำ จะเริ่มจากการร่างแบบโดยใช้ดินสอพองเขียนลายบนพื้นกระดานรัก เมื่อร่างเสร็จแล้ว ก็นำน้ำยาหรดาล ซึ่งน้ำยาหรดาลประกอบด้วย หรดาลหิน กาวกระถิน และน้ำส้มป่อย นำน้ำยาหรดาลมาค่อยๆ ระบายลงไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/thai-glazer2.jpg" target="_blank" rel="lightbox[269]"><img height="158" width="250" align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/thai-glazer2.jpg" alt="ลายรดน้ำ" /></a></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายรดน้ำ โดยจันทนา แจ่มทิม</span></span></strong></h3>
<p><a href="http://www.siamwoodcarving.com/blog/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3/" target="_blank"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จิตรกรรม ลายรดน้ำ</span></span></strong></a><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> โดย<a href="http://www.siamwoodcarving.com/blog/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1/" target="_blank"><strong>จันทนา แจ่มทิม</strong></a> เป็นศิลปินที่ผลิตงานลายรดน้ำ สร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง และมาทำความเข้าใจกับงานรักนั้นจะมาใช้ในงานศิลปะอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร ลายรดน้ำ เป็นงานปราณีตศิลป์ของไทยชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในงานจิตรกรรมประเภทสีเอกรงค์ ขั้นตอนการเขียนลายรดน้ำ จะเริ่มจากการร่างแบบโดยใช้ดินสอพองเขียนบนพื้นกระดานรัก</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานลายรดน้ำจะเริ่มจากการเตรียมพื้นผิววัสดุให้พร้อมก่อน โดยใช้ยางรักสีดำๆ ทาบนแผ่นไม้ให้ทั่ว โดยจะมีตัวช่วยในการอุดร่อง และรูบนลายไม้ให้เรียบเยียนขึ้น นั่นคือสมุก</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glaze-howto3.jpg" alt="ลงรัก" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เตรียมพื้นผิวบนแผ่นไม้ ด้วยยางรัก</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">สมุก</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> คือยางรักที่ผสมกับวัสดุอื่น เช่น ผงอิฐ, ถ่านใบตองแห้ง, ดินสอพอง เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อยางรัก ซึ่งเมื่อลงสมุกแล้ว ก็ต้องรอจนแห้ง ซึ่งวิธีที่ทำให้แห้งเร็วนั้น ก็ต้องนำเข้าไปในมุ้งที่ฉีดน้ำจนเปียกชุ่ม เพราะรักนั้นจะแห้งเร็วขึ้นเมื่อมีความชื้น เรียกวิธีนี้ว่า </span><strong><span style="font-size: small;">การบ่มรัก</span></strong></span></p>
<p><img align="right" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glaze-howto22.jpg" alt="การบ่มรัก" style="margin-right: 10px;" /></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมื่อรักที่บ่มไว้แห้งแล้ว ก็นำแผ่นไม้ออกมาขัด และลงสมุกที่มีเนื้อละเอียดขึ้นในครั้งต่อไป ซึ่งก็ต้องทำซ้ำไป ซ้ำมาเป็นแบบนี้อยู่หลายรอบ จนกว่าพื้นไม้ที่ได้จะเรียบเป็นสีดำ เงางาม<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ขั้นตอนการเขียนลายรดน้ำ จะเริ่มจากการร่างแบบโดยใช้ดินสอพองเขียนลายบนพื้นกระดานรัก เมื่อร่างเสร็จแล้ว ก็นำน้ำยาหรดาล ซึ่งน้ำยาหรดาลประกอบด้วย หรดาลหิน กาวกระถิน และน้ำส้มป่อย นำน้ำยาหรดาลมาค่อยๆ ระบายลงไป เติมรายละเอียดให้มากขึ้น ซึ่งส่วนนี้ภายหลังจะกลายเป้นสีดำ จากนั้นนำสำลี ทำเป็นลูกประคบ และใช้ยางรักทา วิธีนี้เรียกว่าการเช็ดรัก เมื่อเช็ดรักเรียบร้อยแล้วก็ต้องใช้สำลีสะอาดๆ ถอนรักออกมา จนเหลือยางรักติดอยู่บางๆ เท่านั้น</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จากนั้นก็นำแผ่นทองคำเปลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ติดทีละแผ่นๆ ต่อกันไปจนทั่วบริเวณที่เช็ดรักเอาไว้<br />
เมื่อใช้น้ำลูบไปบนแผ่นทอง ส่วนที่ไม่มีน้ำยาหรดาลกันไว้ แผ่นทองก็จะติดแน่นบนพื้นรัก ส่วนบริเวณที่มีน้ำยาหรดาลอยู่ ทองคำจะละลายออกมา พร้อมกับน้ำยาหรดาลนั่นเอง จากนั้นลายก็ขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน เสน่ห์ของรายรดน้ำอยู่ในกระบวนการ การทำงาน และตัวของรายรดน้ำเอง ก็ได้ตอบสนองต่อจินตนาการได้อย่างไม่มีข้อจำกัด งานรักที่งานเช็ดรัก เช็ดลงไปเพื่อที่จะติดทอง ถ้าไม่ใช่ยางรักแท้ๆ มันจะเช็ดได้ไม่ลื่น และเส้นจะไม่คม ทองำกับเส้นจะตัดได้อย่างคมชัด<br />
</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายรดน้ำ</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> เป็นงานปราณีตศิลป์ของไทยชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในงานจิตรกรรมประเภทสีเอกรงค์ สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี จากหลักฐานในจดหมายเหตุกรุงสยามและกรุงจีน ซึ่งบรรยายถึง พ่อขุนรามคำแหงทรงเจริญพระอักษรแต่งตั้งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับจีนโดยการเขียนพระราชสาส์นเป็นลายรดน้ำ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายรดน้ำ เป็นลวดลายหรือภาพ รวมไปถึงภาพประกอบลายต่าง ๆ ที่ปิดด้วยทองคำเปลวบนพื้นรัก โดยขั้นตอนการทำสุดท้ายคือการเอาน้ำรด ให้ปรากฏเป็นลวดลาย จึงกล่าวได้ว่า &ldquo;ลายรดน้ำ&rdquo; คือ ลายทองที่ล้างด้วยน้ำ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานเขียนลายรดน้ำส่วนใหญ่จะเขียนประดับตามสถานที่ต่าง ๆ เช่นประตู หน้าต่าง ฝาผนัง รวมถึงเครื่องไม้ใช้สอยต่าง ๆ ด้วย</span></span></p>
<p><a href="http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/269/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/269/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องเขิน</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/266/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/266/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Oct 2008 23:00:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Lacquerware]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเขิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติความเป็นมาของเครื่องเขินกล่าวกันว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากจีน โดยกรรมวิธี การทำเครื่องเขินได้เริ่มในสมัยฉางโจวเมื่อประมาณสี่พันปีมาแล้วโดยพบหลัก ฐานชิ้น ส่วนและตัวภาชนะเครื่องเขินในหลุมศพของบุคคลสำคัญหลายแห่งต่อมาวัฒนธรรม เครื่องเขินคงได้มีการแพร่หลายไปสู่เกาหลี ญี่ปุ่นจีนตอนใต้ เวียดนาม และเอเชียอาค เนย์แต่ก็มีแนวคิดแยกออกไปที่เชื่อว่าวัฒนธรรมเครื่องเขินน่าจะเกิดขึ้นก่อน ในเขต มณฑลยูนานและรัฐฉานเพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการผลิต เครื่องเขิน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ ๆ มีการผลิต และใช้เครื่องเขินอย่างเข้มข้น ต่อมาค่อยแพรหลายเข้า ไปสู่จีนภายหลัง คนจีนรู้จักพัฒนาความรู้และการผลิตตลอดจนเก็บรักษาที่เก่งและดีกว่า ทำให้มีหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องเขินค่อนข้างดีและสมบูรณ์ตราบเท่าปัจจุบันนี้ เครื่องเขินเป็นงานศิลปกรรมอีกอย่างหนึ่งของล้านนาและเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ที่เกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาในอดีตเป็นอย่างมากจนอาจจะกล่าว ได้ว่าเครื่องเขินนั้นเป็นผลิตผลทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและแสดงถึง คุณลักษณะของชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี เมื่อกล่าวถึงเครื่องเขินแล้ว โดยทั่วไปจะ หมายถึง ภาชนะเครื่องใช้ที่สานด้วยไม้ไผ่แล้วเคลือบด้วยรักเขียนลวดลายประดับ ตกแต่งด้วยชาดทองคำเปลวหรือเงินเปลวที่ผลิตขึ้น โดยชาวเชียงใหม่ ที่มีเชื้อสายสืบมาจากไทเขินแต่ โบราณในพจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ว่าหมายถึง เครื่องสานที่ลงรักฉาบชาด ทองคำเปลวหรือเงินเปลว ที่ผลิตขึ้นโดย ชาวเชียงใหม่ที่มีเชื้อสายสืบมาจาก ไทเขินแต่โบราณ ในพจนานุกรมได้ให้ความหมาย ไว้ว่าหมายถึงเครื่องสานที่ลงรักฉาบชาดสิ่งของ เครื่องใช้ในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ในภาคกลาง ก็เคยปรากฎมีอยู่แต่เรียกว่า&#34;เครื่องกำมะลอ&#34; โดยข้อเท็จจริงแล้วชาวล้านนาแต่ดั้งเดิมมิได้มีคำเรียกผลิตภัณฑ์งานเครื่องสาน ที่ลงรักฉาบชาดเหล่านี้เป็นการเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งแต่ประการใด คงเรียกสิ่ง ของเครื่องใช้ประเภทนี้รวม ๆ ไปว่าครัวฮักครัวหางบ้าง เครื่องฮักเครื่องหางหรือ เครื่องฮักเครื่องคำ (ทอง) บ้างทั้งนี้เป็นไปตามลักษณะการประดับตกแต่งว่าจะตก แต่งด้วยชาดหรือปิดทองคำเปลวและจะเรียกชื่อผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นไปตามหน้าท ี่การใช้สอยของภาชนะนั้น ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/lacquerware2.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ประวัติความเป็นมาของเครื่องเขินกล่าวกันว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากจีน</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> โดยกรรมวิธี การทำเครื่องเขินได้เริ่มในสมัยฉางโจวเมื่อประมาณสี่พันปีมาแล้วโดยพบหลัก ฐานชิ้น ส่วนและตัวภาชนะเครื่องเขินในหลุมศพของบุคคลสำคัญหลายแห่งต่อมาวัฒนธรรม เครื่องเขินคงได้มีการแพร่หลายไปสู่เกาหลี ญี่ปุ่นจีนตอนใต้ เวียดนาม และเอเชียอาค เนย์แต่ก็มีแนวคิดแยกออกไปที่เชื่อว่าวัฒนธรรมเครื่องเขินน่าจะเกิดขึ้นก่อน ในเขต มณฑลยูนานและรัฐฉานเพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการผลิต เครื่องเขิน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ ๆ มีการผลิต และใช้เครื่องเขินอย่างเข้มข้น ต่อมาค่อยแพรหลายเข้า ไปสู่จีนภายหลัง คนจีนรู้จักพัฒนาความรู้และการผลิตตลอดจนเก็บรักษาที่เก่งและดีกว่า ทำให้มีหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องเขินค่อนข้างดีและสมบูรณ์ตราบเท่าปัจจุบันนี้ <br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     <strong>เครื่องเขินเป็นงานศิลปกรรม</strong>อีกอย่างหนึ่งของล้านนาและเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ที่เกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาในอดีตเป็นอย่างมากจนอาจจะกล่าว ได้ว่าเครื่องเขินนั้นเป็นผลิตผลทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและแสดงถึง คุณลักษณะของชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี เมื่อกล่าวถึงเครื่องเขินแล้ว โดยทั่วไปจะ หมายถึง ภาชนะเครื่องใช้ที่สานด้วยไม้ไผ่แล้วเคลือบด้วยรักเขียนลวดลายประดับ ตกแต่งด้วยชาดทองคำเปลวหรือเงินเปลวที่ผลิตขึ้น โดยชาวเชียงใหม่ ที่มีเชื้อสายสืบมาจากไทเขินแต่ โบราณในพจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ว่าหมายถึง เครื่องสานที่ลงรักฉาบชาด ทองคำเปลวหรือเงินเปลว ที่ผลิตขึ้นโดย ชาวเชียงใหม่ที่มีเชื้อสายสืบมาจาก ไทเขินแต่โบราณ ในพจนานุกรมได้ให้ความหมาย ไว้ว่าหมายถึงเครื่องสานที่ลงรักฉาบชาดสิ่งของ เครื่องใช้ในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ในภาคกลาง ก็เคยปรากฎมีอยู่แต่เรียกว่า&quot;เครื่องกำมะลอ&quot; <br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โดยข้อเท็จจริงแล้วชาวล้านนาแต่ดั้งเดิมมิได้มีคำเรียกผลิตภัณฑ์งานเครื่องสาน ที่ลงรักฉาบชาดเหล่านี้เป็นการเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งแต่ประการใด คงเรียกสิ่ง ของเครื่องใช้ประเภทนี้รวม ๆ ไปว่าครัวฮักครัวหางบ้าง เครื่องฮักเครื่องหางหรือ เครื่องฮักเครื่องคำ (ทอง) บ้างทั้งนี้เป็นไปตามลักษณะการประดับตกแต่งว่าจะตก แต่งด้วยชาดหรือปิดทองคำเปลวและจะเรียกชื่อผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นไปตามหน้าท ี่การใช้สอยของภาชนะนั้น ๆ เช่น ขันดอก ขันหมาก ขันโอ หีบผ้า แอ๊บ อูบ ปุง เป็นต้น ในการที่ต้องการเรียกให้เห็นถึงความแตกต่างของวัสดุที่ใช้ทำภาชนะนั้น ก็จะเรียกภาชนะนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ขันอัก (พานที่เป็นเครื่องรัก) หรือบางที ก็อาจจะเรียกไปตามวัสดุที่ใช้ตกแต่งว่า ขันฮักขันหาง หรือ ขันฮักขันคำ (ทอง) เป็นต้นส่วนคำว่า &quot;เครื่องเขิน&quot; นั้นคงเป็นคำเรียกขานที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้อาจ เป็นคำเรียกของคนภาคกลางหรือหน่วยงานราชการเมื่อประมาณ 100 ปี ที่แล้วที่ เรียกไปตามชื่อกลุ่มชนไทยเขินหรือไทยขืน ซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งของเครื่องใช้ชนิดนี้ ไว้ใช้สอยในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นสินค้าให้คนอื่น ๆ ได้ใช้กันโดยทั่วไปดังนั้น คำว่า &quot;เครื่องเขิน&quot; จึงเป็นชื่อที่เรียกไปตามชื่อของหมู่บ้านและกลุ่มชนที่ผลิต ซึ่งรวมหมายถึงเครื่องใช้ไม้สอยของชาวเขินนั่นเอง<br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     แหล่งผลิตเครื่องเขินแหล่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีและยังคงมีการผลิต เครื่องเขินเป็นสินค้าจำหน่ายให้แก่ผู้คนทั่วไปนั้นจะอยู่ที่บ้านเขินนันทารามในเขตเมือง เชียงใหม่ชาวบ้านนันทารามจะกล่าวกันว่าพวกตนนั้นเดิมมีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเชียงตุง ซึ่งอยู่ในแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำขืนหรือแม่น้ำเขิน ในเขตรัฐฉาน ประเทศพม่าในทุกวันนี้ ดังนั้นจึงมีชื่อเรียกขานกลุ่มชนนี้ว่า &quot;ชาวขืน&quot; หรือ &quot;เขิน&quot; ในช่วงเวลาเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมืองเพื่อฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่นั้นชาวเขินได้ถูกกวาดต้อนมาเป็นไพร่พลเมือง ของเมืองเชียงใหม่อยู่หลายแห่งกลุ่มชาวเขินที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณกำแพงเมือง ชั้นนอกฟากประตูเชียงใหม่และบริเวณโดยรอบวัดนันทารามนั้นคงจะเป็นไพร่พลเมือง ของเมืองเชียงใหม่อยู่หลายแห่งกลุ่มชาวเขินที่ตั้งบ้านเรือน อยู่ในบริเวณกำแพงเมืองชั้นนอกฟากประตูเชียงใหม่และ บริเวณโดยรอบวัดนันทารามนั้นคงจะเป็นไพร่พลชั้นดีด้วย มีความรู้ความชำนาญในการทำสิ่งของเครื่องใช้ประเภท เครื่องฮักเครื่องหางจึงถูกกำหนดให้อยู่ภายในเมืองและคง มีหน้าที่ผลิตเครื่องฮักเครื่องหางสำหรับเจ้านายในเมือง เชียงใหม่ในระยะแรกคงจะมีการผลิตสำหรับเจ้านายและ ใช้สอยเองภายในครัวเรือนต่อมาคงได้มีการผลิตเป็นสินค้า จำหน่ายให้แก่ชาวเชียงใหม่ตลอดจนชาวเมืองอื่น ๆ อีกด้วยดังนั้นสินค้าที่เป็นเครื่อง ฮักเครื่องหางที่ผลิตโดยชาวเขินจึงถูกเรียกว่า เครื่องเขิน ในเวลาต่อมากลุ่มชาวเขิน บ้านนันทารามนั้นจะถูกกวาดต้อนให้อพยพมาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ครั้งใดไม่ ปรากฎแน่ชัด </p>
<p>จากการตรวจสอบภาคเอกสารปรากฎว่าในช่วงเวลาฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่และ ดินแดนล้านนา ในสมัยพระเจ้ากาวิละนั้น ได้มีการยกทัพไปตีหัวเมืองต่าง ๆ ของแคว้น เชียงตุงหลายครั้ง แต่สำหรับการตีเมืองเชียงตุงมีเพียงครั้งเดียวในพ.ศ.2345 ในครั้ง นั้นไม่ได้ไพร่พลชาวเมืองเชียงตุงมาเป็นพลเมืองของเชียงใหม่เพราะเจ้าเมืองเชียงตุง ยกครอบครัวไพร่พลเมืองหนีออกจากเมืองไปต่อมาพ.ศ.2347 เจ้าหอคำเมืองเชียงตุง จึงได้สวามิภักดิ์พาชาวเมืองและไพร่พลลงมาเป็นข้าราชการอยู่ในเมืองเชียงใหม่และใน พ.ศ.2395 ได้มีการยกทัพไปตีเมืองเชียงตุงอีกครั้งแต่ไม่ได้เนื่องจากมีเหตุจำเป็นต้อง ถอยทัพกลับคืนมาดังนั้นจึงเชื่อว่ากลุ่มชาวเขินบ้านนันทารามนั้นคงจะเป็นกลุ่มที่อพยพ เข้ามาอยู่ในเมืองเชียงใหม่เมื่อครั้งเจ้าเมืองเชียงตุงได้พาไพร่พลเข้ามาสวามิภักดิใน พ.ศ. 2347 โดยเหตุที่กลุ่มชาวเขินเมืองเชียงตุงกลุ่มนี้เป็นไพร่พลเมืองชั้นดีและมีผีมือ ในการทำเครื่องฮักเครื่องหางจึงให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตกำแพงเมืองชั้นนอกซึ่งชาวเขิน เหล่านี้นี่เองที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องเขินสืบทอดต่อมาจนทุกวันนี้<br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     เครื่องเขินมิใช่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ชนิดที่เพิ่งเข้ามาสู่ดินแดนล้านนาในยุคฟื้นฟู เมืองเชียงใหม่แต่เครื่องเขินนั้นถือเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่มีใช้อยู่อย่างแพร่หลายในล้านนา มาก่อนหน้านั้นนานแล้ว (เมื่อราวปี พ.ศ. 2100 ) ดังปรากฏหลักฐานในพงศาวดารพม่าว่า เมื่อพม่าเข้ายึดครองเมืองเชียงใหม่ได้กวาดต้อนเอาชาวเมืองเชียงใหม่และช่างผีมือไปไว้ ในเมืองพม่าหลายครั้ง ปัจจุบันชาวล้านนาเหล่านั้นยังคงมีการทำเครื่องเขินชนิดขูดขีดเป็น ลายเส้น แล้วถมลายเส้นด้วยสีต่าง ๆ อยู่ที่เมืองพุกามซึ่งพม่าเรียกเครื่องเขินชนิดนี้ว่า &quot;โยนเถ่&quot; ซึ่งแปลว่า เครื่องยวน หรือ เครื่องประดิษฐ์ขี้นโดยชาวไทยยวนหรือล้านนาเครื่อง เขินของพม่ามีลวดลายประดับแบบหนึ่งซึ่งว่า &quot;ซินเม่&quot; ซึ่งคำว่าซินเม่นี้ หมายถึง เชียงใหม่ น่าจะเป็นลวดลายดั้งเดิมจากเชียงใหมตั้งแต่ปลายสมัยราชวงค์มังราย ปี พ.ศ. 2100 <br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ในเรื่องเที่ยวพม่า พ.ศ.2478 ว่าได้รับความรู้แปลกทางโบราณคดี เรื่องการทำของลงรักในเมืองพม่าไว้อย่างหนึ่ง จะกล่าวไว้ตรงนี้ด้วย &quot;ฉันได้เห็นในหนังสือพงศาวดารพม่าฉบับหนึ่งว่าวิชาทำนอง ลงรักนั้น พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองได้ไปจากเมืองไทย (คือว่าได้ช่างรักไทยไปเมื่อ ตีกรุงศรีอยุธยา ได้ใน พ.ศ. 2112 ถ้าจริงดังว่าก็พึงสันนิษฐานว่าครั้งนั้นได้ไปแต่ วิธีทำรัก &quot;น้ำเกลี้ยง&quot; กับทำ &quot;ลายรดน้ำ&quot; จึงมีของพม่าทำเช่นนั้นแต่โบราณแต่วิธี ที่ขูดพื้นรักลงไปเป็นรูปภาพ และลวดลายต่าง ๆ นั้นพวกช่างชาวเมืองพุกามเขา บอกฉันว่าพึ่งได้วิธีไปจากเมืองเชียงใหม่ เมื่อครั้งหลัง&quot; <br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     มีหลักฐานบางอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงการใช้ยางรักสำหรับเคลือบผิวภาชนะต่าง ๆ ก่อนยุคราชวงค์ มังรายคือในสมัยหริภูญชัย เช่นที่อาจารย์ จอห์นชอร์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาไทยได้ค้นพบว่า เครื่องปั้นดินเผาบางชิ้นในวัฒนธรรมหริภูญชัยมีการ เคลือบยางรัก ส่วนเครื่องจักสานและไม้ที่เคลือบด้วย ยางรักในยุคนั้น คงเปื่อยผุและสลายไปกับกาลเวลา เพราะเป็นสารอินทรีย์ ถ้าไม่เก็บรักษาอย่างดีทำให้ ยางรักแปรสภาพภายในไม่กี่สิบปีส่วนที่ติดอยู่ดินเผาในหลุมศพนั้นบังเอิญมีการห่อหุ้ม อย่างดี ทำให้ยางรักบางส่วนตกค้างเป็นหลักฐานให้เห็นถึงปัจจุบัน <br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ที่พิพิธภัณฑ์ Tokugawa นครนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น มีการจัดแสดงของใช้ส่วนตัว ของโชกุนหลาย ๆ อย่าง มีของใช้ชิ้นหนึ่งเป็นตลับเครื่องเขินทรงกลมที่เป็นแอ๊ปหมาก (ตลับหมาก) ของเชียงใหม่ สีดำแดงตามแบบฉบับของเชียงใหม่ทุกประการ แต่คำอธิบาย บอกว่าเป็นของขวัญจากอยุธยาได้มาเมื่อปีพ.ศ.2200 เข้าใจว่าเครื่องเขินคงแพร่หลาย จากเชียงใหม่ลงมาถึงอยุธยาและเป็นของส่งออกตามเส้นทางค้าขายชายทะเลด้วย<br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">     <strong>การผลิตเครื่องเขินต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อันประกอบด้วย </strong><br />
<strong>โครงภาชนะ</strong> โครงภาชนะได้จากวัสดุพวกไม้ไผ่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า &quot;ต้นเฮียะ&quot; ซึ่งลำใหญ่ ยาว ปล้องห่างมากมีเนื้ออ่อนเหนียวสามารถขดเป็นรูปภาชนะได้ง่าย ส่วนใหญ่ จะมีมากในภาคเหนือเท่านั้นนำไม้ไผ่มาจักเป็นตอกบาง ๆ จึงสานหรือขดเป็นรูปร่างตาม หุ่นภาชนะที่จะทำ วัสดุที่นิยมใช้ทำโครงรองลงมา ได้แก่ ไม้ โลหะต่าง ๆ พลาสติก ดินเผา โครงอัดจำพวกไม้อัดกระดาษอัด<br />
น้ำรัก <br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">    <strong>น้ำรัก</strong>ที่ใช้ในการทาเครื่องเขินต้องนำ มาผสมกับน้ำมันสน กวนให้เข้ากันดี กรอง ด้วยผ้าขาวบาง 2 ชั้น ตรงกลางใสกระดาษ สา รอง 4 &#8211; 5 ชั้น รักที่กรองได้ต้องใส่ภาชนะ ปิดด้วยกระดาษสีน้ำตาลชุบน้ำ เพื่อไม่ให้ น้ำรักแห้งและสกปรก<br />
&nbsp;    <br />
<strong>รักสมุก</strong>เป็นรักที่ผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ ใช้ทารองพื้นหรือทาอุดส่วนที่เป็นร่องหรือทา ปะมุมเพื่อให้ผิวภาชนะเรียบ สมุกรองพื้นได้จากน้ำรักผสมกับผงอิฐ ผงดินขาว ในอัตรา ส่วน 5 : 5 : 1 โดยน้ำหนัก ส่วนสมุกละเอียดได้จากน้ำรักผสมกับผงอิฐขาว ในอัตราส่วน ที่เท่ากัน</p>
<p><strong>น้ำยาหรดาน</strong>เป็นน้ำยาที่ใช้เขียนลายทำจากหรดานซึ่งเป็นหินสีเหลืองอ่อนนำมาบด ให้เป็นผงละเอียดผสมด้วยยางมะขวิดและน้ำฝักส้มป่อย เมื่อผสมเข้ากันดีแล้วต้องนำ มากรองเอากากออกเสียก่อนจึงนำไปใช้ได้<br />
<strong>ทองคำเปลวเงินเปลวชาด </strong><br />
เป็นวัสดุที่ใช้ปิดทับหรืออุดลงไปบนผิวภาชนะเพื่อให้เกิดลวดลายและสีสันตาม ที่ต้องการ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>เครื่องมือ</strong>ที่ใช้ในการทำเครื่องเขิน ได้แก่ มีดปลายตัด มีดปลายแหลม มีดขุด สมุกยาร่อง มีดเซาะร่อง เหล็กจาร แปรงทารัก กระดาษทราย หินขัด</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">source: http://www.yupparaj.ac.th/webpage/computer/student/topic24/</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/266/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/266/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ่มรัก รักแท้</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/262/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/262/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Oct 2008 08:09:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[จันทนา แจ่มทิม]]></category>
		<category><![CDATA[บ่มรัก]]></category>
		<category><![CDATA[รักแท้]]></category>
		<category><![CDATA[ลายรดน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=262</guid>
		<description><![CDATA[บ่มรัก รักแท้ ความหอมหวานของการบ่มรัก อาการหวนหาอดีตนี้ย่อมเกิดขึ้นพร้อมความรู้สึกแบบอนุรักษ์นิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในปัจจุบัน มโนทัศน์ดังกล่าวก็ยังคงปรากฏตัวออกมาในหลากหลายรูปแบบ ในปริมณฑลของศิลปะ การ &#8220; ตามหาแต่เพียงลำพัง &#8221; กลายเป็นวิถีเฉพาะตนของศิลปิน ท่ามกลางการสร้างสรรค์ทั้งมวลที่เกิดขึ้น ศิลปินจำนวนไม่น้อยค้นหาเส้นทางของ ตัวเองจากอดีตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะจากประเทศฝั่งตะวันออก การศึกษาแบบตะวันตกที่กลายเป็นการศึกษาแบบ สากล ส่วนหนึ่ง ก่อให้เกิดความรู้สึกตัดขาดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เคยมีเคยเป็น การค้นหา อัตลักษณ์ของตนในแง่หนึ่งจึงเป็นการค้นหาอัตลักษณ์ของชาติไปพร้อมกับ ในระดับปัจเจก คำถามอย่าง &#8220; เราจะสร้างงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่มีรากเหง้าได้อย่างไร &#8221; จึงเป็นประเด็นที่ผุดขึ้นมาอยู่เสมอ คำถามและข้อเรียกร้องนั้นดูราวกับว่า ศิลปะร่วมสมัยนั้น เป็น &#8220; ทายาท &#8221; ของงานแบบประเพณี ทว่าอะไรคือข้อกำหนดที่บ่งบอกว่ามันจะ ต้องเป็นเช่นนั้น หรือแม้กระทั่งว่ามันจะเป็นได้หรือไม่ อะไรคือ &#8220; การคลี่คลาย &#8221; ? อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันที่เราได้นิยามศิลปะบนมาตรฐานของตะวันตกร่วมกันนี้ ก็ก่อให้เกิดเอกภาพในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการสร้างสรรค์และความเคลื่อนไหวใน แวดวงศิลปะ บนเส้นทางการแสวงหานี้ วันวานยังหวานอยู่ การนำของเก่ากลับมา ใช้ใหม่จึงเป็นทางเลือกอันหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในรูปลักษณ์ต่างๆ กันไป เราคงไม่อาจ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นการคลี่คลายมาจากงานประเพณี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img height="278" width="180" align="left" style="margin-right: 10px;" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/haen-ho-ra-dan2.jpg" alt="หรดาน" /></p>
<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">บ่มรัก รักแท้</span></span></h3>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ความหอมหวานของการบ่มรัก</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">			 		อาการหวนหาอดีตนี้ย่อมเกิดขึ้นพร้อมความรู้สึกแบบอนุรักษ์นิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในปัจจุบัน มโนทัศน์ดังกล่าวก็ยังคงปรากฏตัวออกมาในหลากหลายรูปแบบ ในปริมณฑลของศิลปะ การ &ldquo; ตามหาแต่เพียงลำพัง &rdquo; กลายเป็นวิถีเฉพาะตนของศิลปิน ท่ามกลางการสร้างสรรค์ทั้งมวลที่เกิดขึ้น ศิลปินจำนวนไม่น้อยค้นหาเส้นทางของ ตัวเองจากอดีตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะจากประเทศฝั่งตะวันออก การศึกษาแบบตะวันตกที่กลายเป็นการศึกษาแบบ สากล ส่วนหนึ่ง ก่อให้เกิดความรู้สึกตัดขาดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เคยมีเคยเป็น การค้นหา อัตลักษณ์ของตนในแง่หนึ่งจึงเป็นการค้นหาอัตลักษณ์ของชาติไปพร้อมกับ ในระดับปัจเจก คำถามอย่าง &ldquo; เราจะสร้างงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่มีรากเหง้าได้อย่างไร &rdquo; จึงเป็นประเด็นที่ผุดขึ้นมาอยู่เสมอ คำถามและข้อเรียกร้องนั้นดูราวกับว่า ศิลปะร่วมสมัยนั้น เป็น &ldquo; ทายาท &rdquo; ของงานแบบประเพณี ทว่าอะไรคือข้อกำหนดที่บ่งบอกว่ามันจะ ต้องเป็นเช่นนั้น หรือแม้กระทั่งว่ามันจะเป็นได้หรือไม่ อะไรคือ &ldquo; การคลี่คลาย &rdquo; ?</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันที่เราได้นิยามศิลปะบนมาตรฐานของตะวันตกร่วมกันนี้ ก็ก่อให้เกิดเอกภาพในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการสร้างสรรค์และความเคลื่อนไหวใน แวดวงศิลปะ บนเส้นทางการแสวงหานี้ วันวานยังหวานอยู่ การนำของเก่ากลับมา ใช้ใหม่จึงเป็นทางเลือกอันหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในรูปลักษณ์ต่างๆ กันไป เราคงไม่อาจ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นการคลี่คลายมาจากงานประเพณี เพราะคำว่า &ldquo; คลี่คลาย &rdquo; นั้นแนะเป็นนัยถึงการสืบทอดเป็นทายาท ความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในลักษณะ ของการเป็นลูกหลานโดยแท้ เพราะถึงที่สุดแล้วเรื่องของการนำกลับมาใช้ใหม่ก็เป็นประเด็น สากล อยู่ดี แต่ทั้งนี้ก็มิได้หมายความว่าการกระทำเช่นนั้นจะไร้เสียแล้วซึ่งคุณค่า ในทางตรงกันข้าม ผลผลิตของศิลปินเหล่านี้ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่แพ้งานศิลปะ รูปแบบอื่นๆ ดังที่มีผู้กล่าวถึงไว้ว่าเป็นการ &ldquo; ทำให้ตกตะลึงด้วยของเก่า &rdquo; </span></span></p>
<p><img align="right" alt="จันทนา แจ่มทิม" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/chantana-chaemtim22.jpg" style="margin-right: 10px;" /></p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">จันทนา แจ่มทิม ผู้สร้างสรรค์นิทรรศการ &ldquo; บ่มรัก &rdquo;</span></span></strong><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> ที่ About Studio / About Cafe ก็เป็นศิลปินที่ได้รับการศึกษาศิลปะตามแนวทางแบบตะวันตกเช่นกัน จันทนาเลือก ใช้ลายรดน้ำเป็นเทคนิคในการทำงานโดยที่ผ่านมาเป็นผลงาน จิตรกรรม ทั้งหมด จิตรกรรมนี้เองที่หมายถึงการเป็นงานศิลปะ แบบสมัยใหม่ แม้ว่าจะใช้ เทคนิคแบบที่ช่างไทยโบราณทำสืบทอดกันมา แต่ก็ไม่ทั้งหมด จันทนา เลือก  ที่จะตัดขั้นตอนบางอย่างออก เช่น การปรุกระดาษเพื่อตบดินสอพองหรือการสร้างลายใหม่ ตามจินตนาการของตน เป็นการตีตัวออกห่างงานแบบประเพณีดั้งเดิม ทั้งตัวจิตรกรรมเอง ก็คือการดึงเอาผลงานออกมาจากบริบทแบบเดิม ลายรดน้ำที่ตามปกติติดอยู่กับตู้พระธรรม บานประตู หน้าต่างคือองค์ประกอบที่อยู่ร่วมกับสิ่งอื่นเพื่อให้คุณค่าและหน้าที่แก่สิ่งนั้น &ndash; การทำบุญเพื่อสืบศาสนา &ldquo; รัก &rdquo; และ &ldquo; ทองคำเปลว &rdquo; ให้ทั้งในแง่ของความแข็งแรงมั่นคง และการบูชา แต่ผลงานของจันทนาคือการดึงเอาลายรดน้ำออกจากการให้คุณค่าและ ความหมายแก่สิ่งอื่นมาเป็นการนำเสนอตัวมันเองในฐานะงานจิตรกรรม ในกรอบสี่เหลี่ยมบน ผนังของพื้นที่แสดงงานศิลปะ บริบทเปลี่ยน นิยามเปลี่ยน เรื่องของวัดกับวังและหน้าที่ ใช้สอยหายไปพร้อมกับมโนทัศน์เกี่ยวกับศิลปินก็เข้ามาแทนที่เรื่องของช่างฝีมือ</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">ลายรดน้ำซึ่งเคยอิงอยู่กับสิ่งอื่นได้กลายมาเป็นวัตถุที่เสร็จสัมบูรณ์ในตัวเองนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นมุมมองแบบ Modernism โดยแท้ การใช้รูปแบบงานจิตรกรรม ได้ตอกย้ำประเด็นดังกล่าวลงไปด้วยการเป็นวัตถุที่จบในกรอบภาพ เมื่อ &ldquo; ลายประดับ &rdquo; กลายเป็น &ldquo; ภาพ &rdquo; จึงหมายถึงการเสนอ &ldquo; ตน &rdquo; ที่เป็นเอกเทศ แต่ในนิทรรศการนี้ จันทนาได้ก้าวเลยการนำเสนอลายรดน้ำที่เสร็จแล้วในกรอบสี่เหลี่ยมไปสู่การนำเสนอ ขั้นตอนการทำงาน จาก &ldquo; ผลลัพธ์ &rdquo; กลายเป็น &ldquo; กระบวนการ &rdquo; จาก &ldquo; ปลายทาง &rdquo; เป็น &ldquo; ระหว่างทาง &rdquo; ด้วยรูปแบบ installation ศิลปินยก / จำลองห้องทำงานอันเคย สงวนเป็นพื้นที่ส่วนตัวมาเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ ( หอศิลป์ ) จุด / สถานีต่างๆ ภายใน About Studio / About Caf? เป็นการหยิบเอากระบวนการแต่ละขั้นในการทำ ลายรดน้ำออกมาให้ดูพร้อมแสดงตัววัสดุ , วัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้การได้จริง ตลอดช่วง เวลาของนิทรรศการ ศิลปินจะเข้ามาทำงานเพื่อเผยให้ผู้ชมเห็นถึงความซับซ้อนและ ระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างลายรดน้ำ ในแต่ละสัปดาห์ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บนแผ่นไม้ถูกนำเสนอในฐานะงานศิลปะ แผ่นไม้เหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงตัวรองรับ ลายสีทองอีกต่อไป แต่ตัวมันถูกให้ค่าเช่นเดียวกับวัตถุดิบอื่นๆ ทั้งหมดที่จัดวางไว้ แต่ละช่วงมีไฮไลท์ของตนที่จับขึ้นมาสร้างเป็นผลงานได้ วัตถุดิบอย่างสมุกทั้งหลาย</span></span> &#8211; <span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">สมุกคือวัสดุที่ใช้สำหรับรองพื้นไม้กระดาน เพื่อเตรียมทำลายรดน้ำ ได้แก่ ถ่านกะลามะพร้าว ถ่านใบตองแห้ง ผงอิฐ ดินสอพอง บดเป็นผงละเอียดโดยมีตัวประสานคือยางรัก</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หรดาน ทองคำเปลวแสดงค่าของตัวมันเอง ออกมาด้วยการแช่แข็งกระบวนการไว้กลางคัน แผ่นไม้สีน้ำตาลไม่ใช่สีที่เกิดจากการ ทาสีที่ใช้โดยทั่วไปในงานจิตรกรรม แต่เป็นสีของสมุกที่ถูกอัดลงบนผืนผ้าขาวบาง บนแผ่นกระดาน แม้ขั้นตอนแต่ละช่วงจะถูกหยุดเพื่อนำเสนอในฐานะสิ่งที่ &ldquo; เสร็จ &rdquo; ( ด้วยการตัดสินใจของศิลปิน ) แต่ความเป็นกระบวนการของนิทรรศการทั้งหมดก็ก่อ พลวัตรให้ไหลเวียนไปพร้อมความเคลื่อนไหวของศิลปิน ปฏิบัติการณ์ของจันทนาเป็นทั้ง &ldquo; ความจริง &rdquo; ( ที่ศิลปินกระทำจริงในการสร้างลายรดน้ำ ) และ &ldquo; การแสดง &rdquo; ทางศิลปะ (performance) จุด / สถานีที่ใช้การได้จริงนั้นไม่ได้ &ldquo; จริง &rdquo; เสียจนลืมที่จะคำนึงถึงสุนทรียะ กระบวนการจริงและชั้นเชิงทางศิลปะดำเนินควบคู่ไปด้วยกันเป็นเนื้อเดียว</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ลายรดน้ำ" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/ruk12.jpg" /><br />
<strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รายรดน้ำ</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ศิลปะแบบกระบวนการ (process art) ที่เผยให้เห็นเบื้องหลังของการทำงานนี้ แฝงไว้ด้วยมโนทัศน์แบบสัมพัทธ์นิยม (Relativism) สิ่งต่างๆ ไม่ได้เสร็จสิ้นภาย ในตนเอง ในที่นี้เรื่องราวที่ดำเนินไป &ldquo; ข้าม &rdquo; จุด / สถานีก็เชื่อมโยงกันด้วยการ เป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านก่อนจะเป็นลายรดน้ำ ด้วยกระบวนทัศน์แบบ ร่วมสมัย  ( หรืออีกนัยหนึ่ง Postmodernism ) อาจจะเป็นสิ่งนี้ก็ได้ที่มีความ ใกล้เคียงกับงานโบราณของไทยในแง่ของการให้คุณค่ากับกระบวนการที่บ่งชี้ ถึงระยะเวลา ศาสนสถานอาจไม่สามารถเกาะกุมจิตใจผู้คนได้หากไม่ใช้เวลานับ สิบปีในการสร้าง ( หรือบางกรณีอาจเป็นร้อย ) การร่วมมือร่วมใจจากคนหมู่มาก อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ตระหนักถึงคุณค่าจากการลงมือปฏิบัติเฉกเช่นผู้ชมที่เข้ามา ร่วมทำงานกับศิลปิน การแบ่งปันความเป็น &ldquo; ผู้สร้าง &rdquo; ให้แก่มืออื่นๆ เน้นย้ำถึง มโนทัศน์เกี่ยวกับการลงแขกอันเป็นวัฒนธรรมของคนไทย ( แม้ศิลปินจะยังคง รับบทเป็นผู้กำกับการแสดง ) ประสบการณ์ตรงย่อมทะลุทะลวงการรับรู้ นาน เท่าไหร่ที่ศิลปะพึงใช้เวลา ทั้งการสร้างและการเสพเรียกร้องความอดทนและ การเพ่งพินิจ งานแบบประเพณีที่รูปปั้น ภาพเขียนและอาคารหลอมรวมเป็น อันหนึ่งอันเดียวอย่างแยกกันไม่ออกอุปมาเหมือนแต่ละจุด / สถานีที่ถักทอ ตัวเองเข้าด้วยกันด้วยเป้าหมายอันหนึ่ง แม้ &ldquo; ความเป็นไทย &rdquo; จะมองไม่เห็น ด้วยตาเนื้อ แต่ก็อยู่ในบางสิ่งซึ่งลึกไปกว่าแง่มุมทางกายภาพหรือเนื้อหาทาง พุทธศาสนาที่ศิลปะมักหยิบยกมาใช้ หน้าตาของนิทรรศการที่ดูเป็น &ldquo; ของนอก &rdquo; โดยสิ้นเชิงนั้นกลับแสดงให้เห็นถึงลักษณะบางอย่างของวัฒนธรรมไทยแต่ดั้งเดิม แนวคิดร่วมสมัยถูกนำมาใช้มองกลับไปที่งานโบราณและหยิบมาสร้างสรรค์เป็น ผลงาน ประณีตศิลป์แปรสภาพเป็นศิลปะ ไม่ใช่การคลี่คลายจากรากเดิม แต่เป็น แฝดคนละฝาเสียมากกว่า ความไม่จบในตัวเองและการอิงอยู่กับสิ่งอื่นที่พบใน แนวคิดแบบร่วมสมัยและแบบไทยโบราณมาประจบกันในนิทรรศการ &ldquo; บ่มรัก &rdquo; ด้วย &ldquo; ยางรัก &rdquo; และ &ldquo; ความรัก &rdquo; ที่ผ่านระยะเวลาในการ &ldquo; บ่ม &rdquo; นี้ ศิลปะได้ยืน อยู่บนข้อโต้แย้งและคำถามอันเป็นอุดมคติถึง &ldquo; รากเหง้า &rdquo; ของไทยที่ยังไม่จบสิ้น และอาจไม่มีวันจบสิ้น ทว่าสำหรับศิลปินแล้ว ได้ค้นพบและตอบคำถามของการ แสวงหา ส่วนตน ต่อวิถีของศิลปะ ไฟจากเถ้าที่กระจัดกระจายคุโชน อีกครั้ง ไอของอดีตยังไม่จางหาย กลิ่นยังกรุ่นอยู่ที่ปลายจมูก &hellip; ถ้าเพียงแต่จะก้มมาดมดอม</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ธนาวิ โชติประดิษฐ </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/262/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ่มรักด้วยรักแท้-จันทนา แจ่มทิม</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/251/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/251/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Oct 2008 16:50:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[จันทนา แจ่มทิม]]></category>
		<category><![CDATA[ยางรัก]]></category>
		<category><![CDATA[รักแท้]]></category>
		<category><![CDATA[ลายรดน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=251</guid>
		<description><![CDATA[​แลลาย​ไทยตามรอยยางรัก ​เพื่อสืบสานศิลปะ​ไทย ​เพราะลาย​ไทย&#8230;คือจุด​เริ่มต้นของ​การสร้างสรรค์ศิลปะ​ไทย​ใน​แขนงต่างๆ ลายรดน้ำ &#8230; กระบวนการแห่งชีวิต &#8230; ภายใต้ &#8230; ลวดลาย&#8230;เปลวระยับ คือความงาม อันซับซ้อน ทรงคุณค่า ระหว่างทาง &#8230; ระหว่างการณ์ &#8230; ระหว่าง &#8230; ระยะเวลา หากเพียงจะค้นหา &#8230;ด้วยจิต, วิญญาณตน &#8230; แม้ชีวิตของกระบวนการลายรดน้ำ จะต้องการเวลาเติบโตขึ้นสู่สมบูรณภาพ แต่มันสามารถแสดงออกซึ่งความงามทั้งหมด ออกมาได้เสมอในทุกขั้นตอนทุกจังหวะ แม้แต่ในระยะเวลาที่กำลังรอคอย ซึ่งในการที่จะบรรยายและแสดงออก ของชีวิต สรรพวัตถุนั้นๆ แม้คำพูดก็อาจเป็นสิ่งกั้นขวาง แต่ละขั้น &#8230; แต่ละตอน เป็นจังหวะลีลาของชีวิต สรรพวัตถุ นั้นมีสำเนียงแห่งสมบูรณภาพ มันเป็นปรากฎของสภาพอันสมบูรณ์ในสิ่งท่ยังไม่สมบูรณ์ และนั้นคือ สุนทรียะแห้งสัจจธรรม เพราะสัจจธรรม คือความงาม และความงามคือสัจธรรม แล้ว เราจะเข้าถึง ความงามในความจริงนี้ได้อย่างไร มีวิธีเดียวที่เราจะเข้าถึงสัจจธรรมได้ คือ ใช้ดวงใจ อันบริสุทธิ์ของตนเองหยั่งลึกลง สู่กลางใจของสรรพสิ่ง แล้วจึงได้ลิ้มรสความชื่นชม อันเป็นจุหมายสูงสุด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">​แลลาย​ไทยตามรอยยางรัก</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> ​เพื่อสืบสานศิลปะ​ไทย ​เพราะลาย​ไทย&#8230;คือจุด​เริ่มต้นของ​การสร้างสรรค์ศิลปะ​ไทย​ใน​แขนงต่างๆ   </span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glazer5.jpg" alt="ลายรดน้ำ -กระบวนการแห่งชีวิต" /><br />
<strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลายรดน้ำ &hellip; กระบวนการแห่งชีวิต</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&#8230; ภายใต้ &#8230; ลวดลาย&hellip;เปลวระยับ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">คือความงาม อันซับซ้อน ทรงคุณค่า</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ระหว่างทาง &hellip; ระหว่างการณ์ &#8230; ระหว่าง &#8230; ระยะเวลา</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หากเพียงจะค้นหา &#8230;ด้วยจิต, วิญญาณตน &hellip;</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ลายรดน้ำ " src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glazer22.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ลายรดน้ำ" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glazer32.jpg" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แม้ชีวิตของกระบวนการลายรดน้ำ จะต้องการเวลาเติบโตขึ้นสู่สมบูรณภาพ แต่มันสามารถแสดงออกซึ่งความงามทั้งหมด ออกมาได้เสมอในทุกขั้นตอนทุกจังหวะ แม้แต่ในระยะเวลาที่กำลังรอคอย ซึ่งในการที่จะบรรยายและแสดงออก ของชีวิต สรรพวัตถุนั้นๆ แม้คำพูดก็อาจเป็นสิ่งกั้นขวาง</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แต่ละขั้น &#8230; แต่ละตอน เป็นจังหวะลีลาของชีวิต สรรพวัตถุ นั้นมีสำเนียงแห่งสมบูรณภาพ มันเป็นปรากฎของสภาพอันสมบูรณ์ในสิ่งท่ยังไม่สมบูรณ์</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">และนั้นคือ สุนทรียะแห้งสัจจธรรม</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เพราะสัจจธรรม คือความงาม และความงามคือสัจธรรม</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">แล้ว เราจะเข้าถึง ความงามในความจริงนี้ได้อย่างไร</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">มีวิธีเดียวที่เราจะเข้าถึงสัจจธรรมได้ คือ ใช้ดวงใจ อันบริสุทธิ์ของตนเองหยั่งลึกลง สู่กลางใจของสรรพสิ่ง แล้วจึงได้ลิ้มรสความชื่นชม อันเป็นจุหมายสูงสุด</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">และโดยความตระหนักแล้วถึงวิถีทางดังกล่าว</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ดังนั้น ชีวิตลายรดน้ำ ศิลปะแห่งกระบวนการ จึงได้อุบัติขึ้น เพื่อแสดงแนวทางของการ &ldquo;หยั่งถึง&rdquo;</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมื่อดวงใจ นอบน้อม หลอมรวม</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ดวงชีวิต เข้ากัน กับ กระบวนการ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เมล็ดพันธ์ สร้างสรรค์ จะเบิกบาน บน มรรคา ..</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><img alt="ลายรดน้ำ " src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glazer42.jpg" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&ldquo;บ่มรัก&rdquo; ด้วย &ldquo;รักแท้&rdquo;</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รักแท้ &#8230; คือ &#8230; วัตถุธาตุทางธรรมชาติ ที่ยอมอุทิศตน เพื่ออยู่ใน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ทุกขั้น ทุกตอน ของกระบวนการ ( ลายรดน้ำ )</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รักแท้ &#8230; คือ .. นามธาตุ ที่เกิดขึ้นภายในดวงจิต ของผู้ที่สร้างสรรค์ ผลงาน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">และอาจมีอยู่ ภายในดวงใจ ของผู้มาเยือน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ทั้งนี้นิทรรศการ &ldquo;บ่มรัก&rdquo; ด้วย &ldquo;รักแท้&rdquo; โดย </span><a target="_blank" href="http://www.siamwoodcarving.com/blog/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1/"><strong><span style="font-family: Tahoma;">จันทนา แจ่มทิม</span></strong></a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/251/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักแท้ โดยจันทนา แจ่มทิม</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/249/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/249/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Oct 2008 14:20:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[จันทนา แจ่มทิม]]></category>
		<category><![CDATA[ยางรัก]]></category>
		<category><![CDATA[รักแท้]]></category>
		<category><![CDATA[ลายรดน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=249</guid>
		<description><![CDATA[จันทนา แจ่มทิม ศิลปินที่ใช้เทคนิคการลงรักปิดทองแบบโบราณ รักแท้ ใน ลายรดน้ำ จันทนา แจ่มทิม เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้พบ รักแท้ และรักษาให้รักแท้คงอยู่คู่เมืองไทยตลอดไป รักแท้&#160; ที่จันทนากำลังตามหา และเสมือนว่าเธอมีชีวิตอยู่อย่างที่เธออยากเป็นได้ ก็คือ ต้นรัก (ไม้ยืนต้น วงศ์เดียวกับมะม่วง) ที่กรีดบริเวณลำต้นแล้วให้ผลิตผลเป็น ยางรัก ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ ลายรดน้ำ เช่นนั้นแล้วรักแท้ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับ &#8220;ความรัก&#8221; แต่จะว่าไปแล้วก็มีเอี่ยวเหมือนกัน เพราะการที่จันทนาต้องตามหารักแท้นั้นเป็นผลมาจาก &#8220;ลายรดน้ำ&#8221; งานจิตรกรรมที่ปรากฏตัวอยู่บนพื้นผิวของ &#8220;งานช่างรัก&#8221; กำลังเกิดวิกฤตขาดแคลน &#8220;รัก&#8221; ทั้ง &#8220;ยางรัก&#8221; (รูปวัตถุ) และ &#8220;ความรัก&#8221; (นามวัตถุ) ที่เป็นเหตุให้การสร้างสรรค์ศิลปะลายรดน้ำกำลังลดน้อยและกำลังจะถูกลืมเลือน เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่จันทนาผูกพันอยู่กับงานศิลปะลายรดน้ำ นับตั้งแต่เรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกศิลปะไทย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษามาเป็นอาจารย์ และในขณะนี้เธอเลือกที่จะเป็นศิลปินอิสระ ที่พร้อมทุ่มเทกายใจให้กับการสร้างสรรค์ สืบสาน อนุรักษ์ ศิลปะลายรดน้ำและยางรัก &#8220;ตอนเรียนเราต้องหาตัวเองให้เจอ ต้องรู้จักตัวเองเพื่อที่จะสร้างงาน แล้วปรากฏว่าเราชอบเขียนลายเส้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/chantana-chaemtim3.jpg" style="margin-right: 10px;" alt="จันทนา  แจ่มทิม" /></p>
<h3><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จันทนา แจ่มทิม ศิลปินที่ใช้เทคนิคการลงรักปิดทองแบบโบราณ </span></span></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">รักแท้ ใน ลายรดน้ำ</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จันทนา แจ่มทิม</span></span></strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้พบ <strong>รักแท้</strong> และรักษาให้รักแท้คงอยู่คู่เมืองไทยตลอดไป</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>รักแท้&nbsp;</strong> ที่จันทนากำลังตามหา และเสมือนว่าเธอมีชีวิตอยู่อย่างที่เธออยากเป็นได้ ก็คือ <strong>ต้นรัก</strong> (ไม้ยืนต้น วงศ์เดียวกับมะม่วง) ที่กรีดบริเวณลำต้นแล้วให้ผลิตผลเป็น <strong>ยางรัก</strong> ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ </span><strong><span style="font-family: Tahoma;">ลายรดน้ำ</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เช่นนั้นแล้วรักแท้ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับ &ldquo;ความรัก&rdquo; แต่จะว่าไปแล้วก็มีเอี่ยวเหมือนกัน เพราะการที่จันทนาต้องตามหารักแท้นั้นเป็นผลมาจาก &ldquo;ลายรดน้ำ&rdquo; งานจิตรกรรมที่ปรากฏตัวอยู่บนพื้นผิวของ &ldquo;งานช่างรัก&rdquo; กำลังเกิดวิกฤตขาดแคลน &ldquo;รัก&rdquo; ทั้ง &ldquo;ยางรัก&rdquo; (รูปวัตถุ) และ &ldquo;ความรัก&rdquo; (นามวัตถุ) ที่เป็นเหตุให้การสร้างสรรค์ศิลปะลายรดน้ำกำลังลดน้อยและกำลังจะถูกลืมเลือน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่จันทนาผูกพันอยู่กับงานศิลปะลายรดน้ำ นับตั้งแต่เรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกศิลปะไทย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษามาเป็นอาจารย์ และในขณะนี้เธอเลือกที่จะเป็นศิลปินอิสระ ที่พร้อมทุ่มเทกายใจให้กับการสร้างสรรค์ สืบสาน อนุรักษ์ ศิลปะลายรดน้ำและยางรัก</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&ldquo;ตอนเรียนเราต้องหาตัวเองให้เจอ ต้องรู้จักตัวเองเพื่อที่จะสร้างงาน แล้วปรากฏว่าเราชอบเขียนลายเส้น เพราะลายเส้นแสดงออกได้อย่างลึกล้ำ การเขียนเส้นมีทั้งดุดัน ละเอียดอ่อน นั่นใช่เราเลย เปรียบเหมือนการพรรณนาโวหาร ลายรดน้ำรองรับความรู้สึกและแสดงออกถึงความเป็นตัวเราได้&rdquo; จันทนา กล่าวถึงวิถีการทำงานศิลปะที่เธอทุ่มเท</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&ldquo;บ่มรัก&#8230;ด้วยรักแท้&rdquo; นิทรรศการที่จัดแสดงงานจิตรกรรมลายรดน้ำ เป็นการรวบรวมผลงานเก่าของจันทนาและงานที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคเดิม แต่มีการคลี่คลายรูปแบบ โดยเนื้อหาของนิทรรศการถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 จัดแสดงผลงานจิตรกรรม และส่วนที่ 2 จัดแสดงงานศิลปะจัดวาง (Installation) และกระบวนการทำงานของศิลปิน (Process Art) ซึ่งเสมือนเป็นการยกเอาห้องทำงานส่วนตัวของศิลปินมาไว้ในนิทรรศการให้ผู้ชม ได้เห็น</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ไม่ว่าจะชื่นชมผลงานจิตรกรรมลายรดน้ำที่สวยตระการตา หรือเยี่ยมชมกระบวนการทำงานก่อนที่จะสำเร็จเป็นจิตรกรรมสักชิ้น หากแต่สิ่งที่ศิลปินหวังยิ่งนักต่อผู้ชมนั่นคือ ต้องการให้ทุกคนได้เห็นถึงคุณค่าแห่งความพยายามในการสร้างสรรค์ ด้วยความยากลำบากและความพิถีพิถันในกระบวนการทำงาน ไม่ง่ายนักที่จะได้ผลงานแต่ละชิ้นออกมา หากแต่คุ้มค่าแห่งการรอคอยและควรค่าแก่การอนุรักษ์</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ปฏิเสธไปไม่ได้ว่ายังมีสายตาหลายคู่ ความคิดจากหลายผู้คนที่มองว่า ศิลปะแนวลายรดน้ำนั้นเฉิ่มเชย ส่งผลให้มีศิลปินที่จะสร้างสรรค์งานแนวนี้น้อย ยังผลให้มีงานศิลปะลายรดน้ำออกมาสู่สายตาประชาชนน้อยตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้จันทนาในฐานะผู้สร้างงานศิลปะในวิถีของศิลปิน &ndash; ไม่ใช่ช่าง จึงได้นำเสนอกระบวนวิธีเฉกช่างโบราณ แต่มีรูปแบบและแนวทางเช่นศิลปินร่วมสมัย</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&ldquo;มั่นใจมาตลอดว่าสามารถใช้เทคนิคโบราณมาสร้างสรรค์งานร่วมสมัยได้ อย่างงานที่ทำไม่มีรูปไหนที่เป็นลายไทยเลย เป็นงานฟอร์มธรรมชาติ อย่าง ใบโพธิ์ ก็เป็นงานแนวสัญลักษณ์อยู่แล้ว ฟอร์มสามเหลี่ยมก็เป็นสากล ส่วนผลงานที่ชื่อ กำเนิดจากความดี เราก็เล่นกับพื้นของลายรดน้ำ ขบวนการของลายรดน้ำ สมุก (ดิน อิฐ ดินสอพอง ถ่าน ใบตองแห้ง ฯลฯ ป่นเป็นผงผสมกับยางรักให้เหนียว ทาทับบนพื้นวัตถุเพื่อเตรียมผิว) ซึ่งสวยโดยธรรมชาติ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เทคนิคโบราณเวลาป้ายสมุกเพื่อทำลายรดน้ำจะต้องลงพื้นเรียบ แต่เราก็สร้างสรรค์เอาสมุกมาเพนต์ ทำเทกซ์เจอร์ตรงสมุกก่อน ก็ป้ายสมุกให้เป็นริ้วน้ำ เพราะเราเห็นความงามของกระบวนการ เราก็เอามาใช้ในงาน ให้เขาเป็นพระเอกบ้าง ไม่ใช่อยู่ข้างใต้อย่างเดียว ซึ่งเรียกเทคนิคนี้ว่า เทคนิคผสมจิตรกรรมรักสมุกลายรดน้ำ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">อย่างไรก็ตาม ลายรดน้ำเป็นเทคนิคไทยโบราณ ชูประเด็นความเป็นชาติได้ ถึงจะทำสากลยังไง ทำแบบฟรีฟอร์ม หรือสาดสียังไง ความเป็นไทยก็แรง เพราะเทคนิคมันแรง&rdquo;</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ศิลปะ &ldquo;ลายรดน้ำ&rdquo; แทบจะไม่เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ด้วยหลายสาเหตุ นอกจากกรรมวิธีในการทำจะยุ่งยากซับซ้อนแล้ว วัสดุประเภททองคำก็มีราคาสูง แถมในปัจจุบันยางรักยังหายาก จึงเป็นที่มาของ &ldquo;โครงการตามหารักแท้&rdquo;</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&ldquo;ตอนนี้เราซื้อรักจากเชียงใหม่ที่นำเข้ามาจากพม่าอีกที ตอนนี้ยางรักส่วนใหญ่ก็ไม่แท้แล้ว จะมีการผสมน้ำมันยาง คุณสมบัติของความเป็นรักที่ใส มันวาว จะน้อยลง พอผสมอย่างอื่นก็ไม่ค่อยเหนียว ก็ต้องหาซื้อรักแท้และราคาสูง กิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่ง 1 กิโลกรัม ยังใช้ทำงานไม่ได้ถึงชิ้นเลย ส่วนทองคำเปลว ภาพขนาด 1.20 x 1.80 เมตร ใช้ประมาณ 3,000 แผ่น ซึ่งตกแผ่นละ 5 บาท ราคาก็ขึ้นอยู่กับตลาดโลกอีกที&rdquo;</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">งานศิลปะที่เกิดจากความรัก จึงไม่มีเพียงนิทรรศการ &ldquo;บ่มรัก&#8230;ด้วยรักแท้&rdquo; เท่านั้น หากยังมีการรณรงค์ต่อเนื่อง ในกิจกรรมจัดพิมพ์หนังสือ &ldquo;ลายรดน้ำ&rdquo; ในช่วงสิ้นปีนี้ เพื่อจัดจำหน่ายและจะนำไปจ่ายแจกยังสถานศึกษา และหน่วยงานราชการด้านศิลปะทั่วประเทศ ขณะที่กิจกรรมโรดโชว์ &ldquo;ตามหารักแท้&rdquo; ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ธ.ค. ปีหน้าจะตามมาติดๆ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">กิจกรรมโรดโชว์ &ldquo;ตามหารักแท้&rdquo; ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั้น มีวัตถุประสงค์ตามหาต้นรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมให้มีการปลูกเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องอาศัยยางรักจากพม่า อีกทั้งยังเป็นการหารายได้เสริมให้กับเกษตรกรอีกด้วย โดยในส่วนนี้ยังรวมไปถึงการจัดเวิร์กช็อป อบรมการทำ &ldquo;ลายรดน้ำ&rdquo; อย่างถูกวิธี ให้ครูอาจารย์ผู้สอนศิลปะและนักวิชาการด้านศิลปะของกระทรวงศึกษาธิการ</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ศิลปะ &ldquo;ลายรดน้ำ&rdquo; จะไม่สูญหายไปจากประเทศไทย หากคนไทยยังมีความรักในงานศิลปะ แล้วยังมีคนที่พร้อมจะสร้างสรรค์งานศิลปะแนวนี้ ที่สำคัญซึ่งขาดไปไม่ได้ก็คือ ทองคำ และ รักแท้</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">นิทรรศการ &ldquo;บ่มรัก&#8230;ด้วยรักแท้&rdquo; จัดแสดงถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ส่วนที่ 1 จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ชมได้ที่ นานส์ แกลเลอรี่ ส่วนที่ 2 จัดแสดงงานศิลปะการจัดวาง และกระบวนการทำงานของศิลปิน เยี่ยมชมได้ที่ ณ อาร์ทเทอรี่ แกลเลอรี่ อาคารเดอะ <a href="http://www.thaitravelhealth.com/blog/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%A1-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88/" target="_blank"><strong>สีลม แกลเลอเรีย</strong> </a>ถ.สีลม กรุงเทพฯ </span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><img alt="ลายรดน้ำ" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/10/glazer5.jpg" /></span></span><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"><strong>ลายรดน้ำ &hellip; กระบวนการแห่งชีวิต</strong></span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&#8230; ภายใต้ &#8230; ลวดลาย&hellip;เปลวระยับ</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">คือความงาม อันซับซ้อน ทรงคุณค่า</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ระหว่างทาง &hellip; ระหว่างการณ์ &#8230; ระหว่าง &#8230; ระยะเวลา</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">หากเพียงจะค้นหา &#8230;ด้วยจิต, วิญญาณตน &hellip;</span></span></p>
<p><a href="http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/249/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/249/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม</title>
		<link>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/234/</link>
		<comments>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/234/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Sep 2008 23:00:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Art and Culture]]></category>
		<category><![CDATA[จิตรกรรมฝาผนัง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwoodcarving.com/blog/?p=234</guid>
		<description><![CDATA[จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม โพธาราม จังหวัดราชบุรี&#160;ตามทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 22 กิโลเมตร และแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3080 อีก 1 กิโลเมตร เป็นวัดมอญ สร้างขึ้นโดยพระยามอญ มีอายุกว่า 200 ปี มีศิลปที่เป็นผลงานของชาวไทย เชื้อสายมอญ คุณค่า และได้อนุรักษ์ไว้ให้เยาวชนได้ศึกษากันด้วย เรื่องราวพุทธประวัติ และวิธีชีวิตชุมชนมอญ ผ่านภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือชาวไทยเชื้อสายมอญ ภายในพระอุโบสถ วัดคงคาราม ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีอายุกว่า 200 ปี ได้เรียนรู้ถึงลายเส้นของภาพที่ถูกถ่ายทอด สะท้อนให้เห็นถึงฝีมือจิตรกรในสมัยนั้นว่ามีความปราณีต ละเอียดอ่อน สีของภาพเป็นสีธรรมชาติ ที่สกัดจากเปลือกไม้ และดอกไม้&#160; นับเป็นภาพที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน แม้ว่าภาพจะเลือนลาง หรือจางหายไปบ้างแล้ว ที่นี่ถ้าใครได้เรียนเกี่ยวกับ จิตรกรรม หรือสถาปัตยกรรมต่างๆ จะต้องมาศึกษาที่วัดนี้ เป็นอันดับแรก เพราะว่าสามารถดูได้หลายๆ อย่าง ทั้งจิตรกรรม สถาปัตยกรรม ทรงไทยที่วัดนี้มีหลายอย่างให้เราได้ศึกษา เพราะวัดนี้ได้อนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพเดิม นอกจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง ศิลปอันทรงคุณค่าแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img align="left" alt="จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม" style="margin-right: 10px;" src="http://www.siamwoodcarving.com/wp-content/uploads/2008/09/wat-khongkharam2.jpg" /></p>
<h3><strong><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม</span></span></strong></h3>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โพธาราม จังหวัดราชบุรี&nbsp;ตามทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 22 กิโลเมตร และแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3080 อีก 1 กิโลเมตร เป็นวัดมอญ สร้างขึ้นโดยพระยามอญ มีอายุกว่า 200 ปี  มีศิลปที่เป็นผลงานของชาวไทย เชื้อสายมอญ คุณค่า และได้อนุรักษ์ไว้ให้เยาวชนได้ศึกษากันด้วย</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">เรื่องราวพุทธประวัติ และวิธีชีวิตชุมชนมอญ ผ่านภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือชาวไทยเชื้อสายมอญ ภายในพระอุโบสถ วัดคงคาราม ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีอายุกว่า 200 ปี ได้เรียนรู้ถึงลายเส้นของภาพที่ถูกถ่ายทอด สะท้อนให้เห็นถึงฝีมือจิตรกรในสมัยนั้นว่ามีความปราณีต ละเอียดอ่อน สีของภาพเป็นสีธรรมชาติ ที่สกัดจากเปลือกไม้ และดอกไม้&nbsp; นับเป็นภาพที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน แม้ว่าภาพจะเลือนลาง หรือจางหายไปบ้างแล้ว <br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ที่นี่ถ้าใครได้เรียนเกี่ยวกับ จิตรกรรม หรือสถาปัตยกรรมต่างๆ จะต้องมาศึกษาที่วัดนี้ เป็นอันดับแรก เพราะว่าสามารถดูได้หลายๆ อย่าง ทั้งจิตรกรรม สถาปัตยกรรม ทรงไทยที่วัดนี้มีหลายอย่างให้เราได้ศึกษา เพราะวัดนี้ได้อนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพเดิม</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">นอกจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง ศิลปอันทรงคุณค่าแล้ว วัดคงคาราม ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่รวบรวมวัตถุโบราณเก่าแก่ที่เกี่ยวกับท้องถิ่น เป็นสื่อการสอนให้เยาวชนรุ่นหลังได้มาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ทุกวัน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ราคา 10 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3223 1770, 0 3223 1933</span></span></p>
<p><a href="http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/234/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://siamwoodcarving.com/thai-art-and-culture/234/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

