สยามไม้แกะสลัก
อยู่ระหว่างการปรับปรุงไซต์
ศิลปะ วัฒนธรรมไทย สยาม และ รวมความเป็นไทย
โต๊ะพระราชทานเลี้ยง จำลองโต๊ะพระราชทานเลี้ยงเมื่อคราว 60 ปี ครองราชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งวันนั้นผ้าปูโต๊ะปูด้วยผ้าสีขาว แต่วันนี้จำลองด้วยผ้าไหม และงานบนโต๊ะนี้เป็นผลิตภันฑ์ของโรงฝึกศูนย์ศิลปชีพจิตรดาหมดเลย นกยูงที่อยู่บนโต๊ะเป็นนกยูงทองคำทำจากแผนกเคื่องเงินเครื่องทอง ใช้ทองคำ 100% ปกเมนูอาหาร ทำจากไม้แกะสลัก แกะด้วยไม้โมกมัน และข้างในใส่เมนูซึ่งเป็นชิ้นเดียวที่แขกสามารถนำกลับไปได้ นับว่าเป็นของขวัญอันทรงคุณค่า
ผ้าปักไหมน้อย "ป่าหิมพานต์" ผ้าปักไหมน้อย ป่าหิมพานต์ ใช้ไหมน้อย หรือไหมเส้นบางชั้นในสดของใจไหม เป็นเส้นไหมที่มีความละเอียดอ่อนนุ่ม ปักแบบวิธีโบราณ หักดิ้น แล่งเงิน แล่งทอง สอดไส้ไหมสี เลื่อมเงินเลื่อมทอง และลูกปัด – ลูกแก้ว นานาสี ฉากผ้าปักไหมน้อยนี้ ปักหนุนตัวภาพอย่างที่นิยมกันในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่อง หิมพานต์ ตามคำเสภา ในเรื่อง ขุนช้าง – ขุนแผน ตอน ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ในคำเสภานอกสำนวนหอพระสมุด มีสำนวนความกล่าวถึงม่านชั้นที่ 1 ที่นางวันทอง ปักอย่างสวยงาม source: www.artsofthekingdom.com , รายการจับเข่าคุย ผ้าปักไหมน้อย "ป่าหิมพานต์"
งานไม้แกะสลัก ตำนานเพชรรัตน์ งานแกะสลักไม้ หนึ่งในงาน ช่างสิบหมู่ ซึ่งช่างแกะสลักไม้ ได้แกะลวดลายของไม้ เล่าเรื่องตำนานเพชรรัตน์ ฉากจำหลักไม้ ตั้งประกบด้วยเสาเม็ดทรงมัณฑ์บนม้าไม้ขาคู้ จำหลักลายใบเทศ พื้นฉากจำหลักไม้เรื่อง ตำนานเพชรรัตน์ ความว่าเทพยดาเจ้าทั้งหลาย อีกทั้งฤาษีสิทธิ์ และคนธรรพ์พากันขึ้นเฝ้าพระอิสวร ทูลถามบ่อเกิดแห่งเพชรรัตน์ ทั้ง 9 ประการ พระอิศวรแนะให้ไปถามพระฤาษีอังคต ผู้มีอายุยาวมาแต่ครั้งกฤดียุค พระฤาษีจึงเล่าว่า บรรดาเทพนิกร ฤาษีสิทธิ์พิทยาธรทั้งปวง ประสงค์จะอำนวยเพชรรัตน์ทั้ง 9 จึงทูลให้มเหสักข์นาม มหาพลาสูร สร้างไว้เป็นสวัสดิมงคลแห่งโลกย์ ท้าวจึงบำเพ็ญตบะอยู่ 7 วัน จนสิ้นชีพ อีก 7 วัน ร่างของท้าวเธอจึงแปรสภาพไปเป็นแก้ว 9 ชนิด คือ หัวใจเป็นเพชร และทับทิม นัยน์ตาขวาเป็นแก้วไพฑูรย์ นัยน์ตาซ้ายเป็นแก้วโกเมน ลิ้นเป็นแก้วประพาฬ น้ำเลี้ยงหัวใจเป็นแก้วจันทกานต์ อนึ่งเมื่อท้าวมหาพลาสูรสิ้นชีวิต มีพระยาพาสกินนาคราช สูบโลหิตท้าวจนแห้ง นาคนั้นถูกครุฑจับไป ระหว่างทางสำรอกเลือด เป็นแก้วนาคสวาสติ และมรกฏ น้ำลายเป็นครุฑธิการ
บุษบกมาลา บุษบกมาลา เป็นงานที่เราทำขึ้นเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เจริญพระัชนม์มายุครบ 6 รอบ ในปีพ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นงานร่วมใจของ 7 แผนก บุษบก ซุ้มยอดก็เรียก เป็นเครื่องยอดขนาดเล็ก มีหลังคาซ้อนชั้นเป็นยอดแหลมมีบันแถลงเป็นเครื่องประดับ เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ บุษบกที่ประกอบเกรินทั้งซ้ายขวาเรียกบุษบกมาลา บุษบกมาลาจำหลักทองประดับเพชร ปลายยอดปักพุ่มเข้าบิณฑ์ ดอกไม้เพชร ซุ้มบันแถลงจำหลักทองปักบราลี บัวถลา หลังคาถมทอง เสาย่อไม้คร่ำทอง วิสูตรทองคำ ลายแก้วชิงดวงประดับเพชร รอบทั้ง 4 ด้าน มีทวยทองคำจำหลักเป็นนาคเสียรหกลงประกับเสาหางยันเต้าคร่ำทอง เพดานมาศจำหลักทองฉลุลายเทศ ตรงกลางประดับนพรัตน์ดารา ที่พื้นบุษบกลาดทองคำสาน ตั้งพานพุ่ม พานลงยาพุ่มดอกไม้เพชรบนฐานสิงห์ถมทอง ที่เชิงล่างเสาทั้ง 4 ติดกาบพรหมศร รายรอบด้วยกระจังปฎิญาณลงยา ประกอบเกรินซ้ายขวาจำหลักทอง ลายกระหนกใบ และดอกเทศลงยาประดับเพชร บนเกรินทั้งซ้ายขวาลาดทองสาน ตั้งพานเชิงประกอบนาค ตั้งพุ่มดอกไม้เพชร และมีฉัตรทองประดับเพชร ฐานคร่ำทองแกมลายจำหลักทอง ซับปีกแมลงทับ บุษบกมาลานี้จำลองแบบจากพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิ์พิมาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง source: www.artsofthekingdom.com [...]
หัตถศิลป์แห่งสยาม ศิลป์แผ่นดิน source: www.artsofthekingdom.com , รายการจับเข่าคุย เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ จำลองมาจาก เรือพระที่นั่ง สุพรรณหงส์ รัชกาลที่ 1 เมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงสร้างเรือพระที่นั่งต่างๆ มากมาย เรือพระที่นั่งจำลองศรีสุพรรณหงส์ โครงข้างในทำด้วยเงินทั้งหมด ขึ้นลำเรือด้วยเงิน และท้องเรือเป็นถุงทอง ซึ่งเป็นงานของแผนกถมทอง งานสลักทองเป็นงานของแผนกเครื่องเงินเครื่องทอง และแผนกลงยาสี ช่วยกันทำ สมัยก่อนเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ เรียกเช่นนี้จาก ศีรษะของหงส์ มาในสมัยรัชกาลที่ 6 ท่านก็เอาคำว่า ศรีออก เหลือแต่สุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งจำลองศรีสุพรรณหงส์ สร้างด้วยเงินถมทอง ศีรษะหงส์จำหลักทองลงยาราชาวดี ตาและเขี้ยวประดับเพชร ปากห้อยพู่พุ่มทองระย้าประดับเพชร ลายประกับตามหน้าหลังผูกลายก้านขดออกหน้าหงส์ ทองจำหลักลงยาฉลุซับพื้นปีกแมลงทับ หางจำหลักทองลงยา พระที่นั่งพุดตานถมทอง สร้างด้วยเงินถมตะทอง ท้องไม้ 2 ชั้น ชั้นล่างรายระยะด้วยครุฑยุดนาค ชั้น 2 รายรูปเทพยดาประนมกร ราวพนักถมทองซับปีกแมลงทับ รองด้วยฐานสิงห์ พระที่นั่งพุดตานคร่ำเงินคร่ำทอง จำลองจากพระที่นั่งพุดตานจำหลักไม้ที่พระบวรราชวัง ชั้นทรงพระที่นั่งสร้างด้วยเหล็กคร่ำเงินคร่ำทอง ท้องไม้ [...]
Busabok Chaturamook Bhiman Throne source: www.artsofthekingdom.com , รายการจับเข่าคุย บุษบกจตุรมุขพิมาน เป็นบุษบกไม้แกะสลัก 5 ยอด ไม้ที่แกะสลัก ส่วนใหญ่เป็นไม้สัก แกะได้ละเอียดมาก และไม้โมกมันประกอบ ส่วนที่เป้นสาหร่ายด้านหน้า เรียกว่า สาหร่ายรวงผึ้งซึ่งทำจากไม้อุโลก ภายในบุษบก ประดิษฐาน ตราพระราชลัญจกร ของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีทั้ง 9 รัชกาล ตราทั้ง 9 ทำจากทองคำแท้ ฉลุลาย ประดับเพชร อาทิ พระมหามงกุฏ พระเกี้ยว ส่วนที่เป็นนรสิงห์ หรือครุฑยึดนาคทำจากไม้โมกมัน และปิดด้วยทองคำเปลว ไม้แกะสลัก แกะด้วยมือทั้งหมด นรสิงห์ทุกๆ ตัวแกะด้วยมือ และใช้ ช่างแกะสลักไม้ คนที่แกะหน้า อยู่ 1-2 คน นอกนั้นต้องขึ้นโครงอย่างอื่น เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะเพี้ยนกันหมด บุษบกเรือนยอด กลางใหญ่จำหลักไม้สักทองและเครื่องประกอบจำหลักไม้อุโลก ไม้โมกอย่างประณีต ออกมุขเป็นเรือนบุษบกเล็กออกไปทั้ง 4 ทิศ จำหลักอย่างวิจิตรเช่นกัน [...]
Sivikakarn or Covered Palanquin source: www.artsofthekingdom.com , รายการจับเข่าคุย สีวิกากาญจน์ เครื่องบนเรือนกัญญา หลังคาลดชั้น หน้าบันจำหลักฉลุทองคำ ลงยาราชาวดีมีรูปกมลาสน์ลีลาศหงส์ รวยระกาจำหลักทองฉลุลงยาราชาวดี ตัวรวย และนาคสะดุ้งจำหลักทองฉลุซับพื้นปักแมลงทับ หางหงส์ผูกเป็นเทพถวายกรเบือน ประกอบเครื่องทรงทองคำประดับเพชร ช่อฟ้าทองคำจำหลักลงยา สันบนจำหลักฉลุทองลงยาราชาวดี ปักบราลีรูปพรหมประนมกร ผืนหลังคานอกฉลุ จำหลักลายพุ่มเข้าบิณฑ์ก้านแย่งทองพื้นซับปีกแมลงทับ เชิงกลอนจำหลักทองลงยา ทวยรูปนาคหกจำหลักทองลงยา เสาบัวปลายเสา และเชิงเสาลางจำหลักทองลงยา ตัวเสาลายพุ่มเข้าบิณฑ์แยงผูกม่านทอง แผงบังม่านจำหลักทองรูปนกไม้เทศ ฐานสิงห์หน้ากระดานลางจำหลักไม้ปิดทองคำเปลว ลายปฎิญาณน้อยใหญ่ จำหลักฉลุอย่างวิจิตรด้วยไม้โมก ทั้งตัว ราวหนา และหลังจำหลักฉลุอย่างวิเศษยิ่ง พื้นสานเส้นเงินแล่งลายดอกสี่กลีบลาดด้วยสุจหนี่ไหมแดงครั่ง ปักไหมทองลายดวงกุดัน รักร้อย มีคานหามจำหลักไม้ลายพุ่มเข้าบิณฑ์ก้านแยง สอดในห่วงขาจำหลักทองลงยาอย่างประณีตยิ่ง
ศิลปาชีพ ศิลป์แผ่นดิน ARTS OF THE KINGDOM นิทรรศการแสดงผลงานของกรมศูนย์ฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรดา ผลงานสำคัญนับ 100 ชิ้นที่สร้างขึ้นอย่างปราณีต รอคอยที่จะอวดสายตาทุกคู่ให้ชื่นชม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต่างชื่นชมงานที่นำมาจัดแสดง ล้วนมีคุณค่า โดยเฉพาะสุดยอดผลงานชิ้นเอก 10 ชิ้นที่เป็นจุดเด่น อาทิ บุษบกห้ายอดไม้แกะสลัก พระที่นั่งพุดตานถมทอง พระที่นั่งพุดตานคร่ำทอง วอสีวิกากาญจน์ เรือศรีสุพรรณหงส์ ฉากผ้าปักป่าหิมพานต์ ฉากไม้แกะสลักตำนานนพรัตน์ ภาพเขียนสุเรนทรจรจักรวาฬ โคมระย้าแต่งปีกแมลงทับ และแผ่นลิเภาสานลายผ้าโบราณ จีงได้มีกระแสเรียกร้องให้ขยายผลการจัดงานต่อไปอีก เพื่อให้ประชาชนได้เข้าชมโดยทั่วถึงกัน ความมีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ของพระที่นั่งอนันตสมาคม และความวิจิตรของงานศิลปาชีพที่จัดแสดง ทำให้ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 5 เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่น่าสนใจ นอกจากจะได้ชมสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบเรเนอซองส์ที่ทรงคุณค่าในทางประวัติ ศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 5 และชื่นชมกับภาพเขียนเฟรสโกที่ตกแต่งบนเพดานโดมของพระที่นั่งแล้ว ยังได้ ชื่นชมผลงานยอดเยี่ยมของสมาชิกศิลปาชีพ ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาเชิงศิลป์ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของไทยที่สืบทอด สู่ลูกหลาน เป็นสมบัติของแผ่นดินที่คนไทยภาคภูมิใจ บุษบก มาลา บุษบกมาลา มีเครื่องยอดขนาดเล็ก มีหลังคาซ้อนชั้นเป็นยอดแหลม มีบันแถลงเป็นเครื่องประดับ เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ [...]
จิตรกรรมฝาผนัง จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี จิตรกรรมไทย (Thai Painting) หมายถึง ภาพเขียนที่มีลักษณะเป็นแบบอย่างของไทย ที่แตกต่าง จากศิลปะของชนชาติอื่นอย่างชัดเจน ถึงแม้จะมีอิทธิพลศิลปะของชาติอื่นอยู่บ้าง แต่ก็สามารถ ดัดแปลง คลี่คลาย ตัดทอน หรือเพิ่มเติมจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ตนเองได้อย่างสวยงาม ลงตัว น่าภาคภูมิใจและมีวิวัฒนาการทางด้านด้านรูปแบบ และวิธีการมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปอีกในอนาคต ลายไทย เป็นส่วนประกอบของภาพเขียนไทยใช้ตกแต่งอาคาร สิ่งของ เครื่องใช้ ต่าง ๆ เครื่องประดับ ฯลฯ เป็นลวดลายที่มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันซึ่งนำเอารูปร่างจาก ธรรมชาติมาประกอบ เช่น ลายกระหนก ลายกระจัง ลายประจำยาม ลายเครือเถา เป็นต้น หรือเป็นรูปที่มาจากความเชื่อและคตินิยม เช่น รูปคน รูปเทวดา รูปสัตว์ รูปยักษ์ เป็นต้น จิตรกรรมไทย เป็นวิจิตรศิลป์อย่าง หนึ่ง ซึ่งส่งผลสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันดี งามของชาติ มีคุณค่าทางศิลปะและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้า เรื่องที่เกี่ยวกับ ศาสนา ประวัติศาสตร์ [...]
สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร ส่วนช่างสิบหมู่ ออกแบบและเขียนแบบ เรื่องราวที่นิยมนำมาเขียนบนฝาผนัง จะเป็นฝาผนังของโบสถ์ วิหาร พระระเบียง วิหารคด พระที่นั่ง หอพระ หอไตรหรือหลังบานประตูหน้าต่าง ล้วนแล้วแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธเป็นหลัก เป็นต้นว่า ทศชาติ นอกจากนี้ก็มีรามเกียรติ์เป็นสำคัญ เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ได้แฝงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของไทยในยุคที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยออกแบบและเขียนแบบในลักษณะที่เราเรียกว่าการมองภาพแบบตานกบิน ในการร่างแบบ ควรร่างบนกระดาษร่าง หรือกระดาษบรู๊ฟเสียก่อน ทำแบบปรุ นำแบบที่ได้ร่างไว้และปรับลายจนเรียบร้อยดีแล้ว มาทำแบบปรุโดยใช้กระดาษไข เบอร์ 70-75 แกรม วางทับลงไปบนแบบที่ได้ร่างไว้แล้ววางซ้อนใต้แบบอีก 2-3 แผ่น ลงมือปรุแบบ โดยใช้เข็มปรุแบบจนแล้วเสร็จ ตรวจดูความเรียบร้อย ไม่หลงลืม โดยเช็คดูจากแผ่นกระดาษไขบนแบบร่าง ในการยึดแบบร่างกับกระดาษไข เพื่อกันไม่ให้เคลื่อนขณะปรุแบบใช้แม็กเย็บกระดาษเย็บโดยรอบแบบ เสร็จดีแล้วจึงค่อยเอาแม็กเย็บกระดาษออก เตรียมพื้นผนัง ก่อนลงมือเขียนฝาผนังที่เป็นปูน ต้องประสะ (ชโลม) ผนังที่จะเขียนภาพหลาย ๆ ครั้ง โดยใช้น้ำใบขี้เหล็ก เมื่อผนังแห้งดีแล้ว ใช้ขมิ้นชันสดทดลองขีดบนผนังดู ถ้าเป็นสีแดงแสดงว่าผนังยังมีความเค็มต้องประสะอีก จากนั้นทดลองขีดดูถ้าเป็นสีเหลืองของขมิ้นแสดงว่าผนังนั้นหมดความเค็มแล้ว เตรียมการลงพื้นโดยใช้ดินสอพองผสมกับแป้งเปียกที่ทำจากเม็ดมะขาม (นำเม็ดมะขามไปคั่วจนเปลือกร่อนออกแล้วนำไปต้มจนเปื่อย เป็นแป้งเปียก) [...]
Recent Comments