สยามไม้แกะสลัก
อยู่ระหว่างการปรับปรุงไซต์
สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร ส่วนช่างสิบหมู่ งานช่างมุก เป็นงานประณีตศิลป์ชั้นเยี่ยมแขนงหนึ่งที่มีปรากฏการสร้างสรรค์งานแขนงนี้เพียงไม่กี่ประเทศในโลก ที่มีชื่อเสียงมากก็เป็นประเทศแถบเอเชียได้แก่ประเทศจีน , เวียดนาม , ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งมีวิธีการสร้างงานที่แตกต่างกันบ้างในขั้นตอนขบวนการผลิตของแต่ละประเทศและไม่สามารถทราบได้ว่าประเทศใดเป็นต้นแบบการสร้างงานแขนงนี้เป็นครั้งแรกของโลก สำหรับประวัติความเป็นมาของงานช่างมุกในประเทศไทยมีเช่นไรต้องศึกษาจากชิ้นผลงานที่เก่าแก่ที่สุดได้แก่บานประตูประดับมุกสมัยอยุธยาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาสมัยของสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ การสร้างสรรค์งานประเภทนี้มักนิยมสร้างเพื่อสนองต่อสถาบันพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์เพราะถือว่าเป็นงานปราณีตศิลป์อันล้ำค่าต้องใช้งบประมาณสูงและฝีมือช่างชั้นยอด ตัวอย่างชิ้นผลงานเช่น บานประตูและบานหน้าต่างประดับมุกของพระอุโบสถ,วิหาร,ปราสาท,พระราชวังเป็นต้น อีกทั้งเครื่องใช้ของพระภิกษุสงฆ์,องค์พระมหากษัตริย์และขุนนางเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ ตัวอย่างชิ้นผลงานเช่น พาน,ตะลุ่ม,พานแว่นฟ้า,หีบ,กล่องและตู้พระธรรมเป็นต้น วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานช่างมุกไทย – เปลือกหอย จะต้องเป็นเปลือกหอยชนิดที่มีไฟคือมีการสะท้อนแสงออกเป็นสีรุ้งแวววาว เช่น หอยอูด(หอยมุกไฟ) , หอยนมสาว , หอยเป๋าฮื้อและหอยมุกจานเป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นหอยได้จากทะเล และมีหอยน้ำจืดบางชนิดเท่านั้นที่สามารถนำมาใช้งานได้ได้แก่หอยกาบ – ยางรัก และ สมุก(ถ่านจากกะลามะพร้าวบดละเอียด) ผสมกันเรียกรักสมุกใช้ทำพื้น,ประดับลายและถมพื้น – หุ่น คือชิ้นงานที่จะประดับมุก โดยมากสร้างขึ้นจากไม้หรือหวายโดยการสานขึ้นหุ่นหรือขึ้นรูปด้วยขบวนการช่างไม้ – โครงเลื่อยฉลุของช่างทอง,ใบเลื่อยฉลุไม้,ตะไบ,คีมปากจิ้งจก,ปากคีบ.กระดาษทรายและกาว – มอเตอร์หินเจียร,เครื่องขัดไฟฟ้า ขั้นตอนการปฏิบัติงานช่างมุก 1. ขั้นเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ การเตรียมเปลือกหอย • การเตรียมเปลือกหอยคือการนำเปลือกหอยมาขัดเจียรเพื่อไล่หินปูนที่เกาะผิวนอกออกให้หมดให้ถึงชั้นที่ใช้งาน • แล้วทำการตัดแบ่งชิ้นมุกให้มีขนาดเหมาะสมแก่การใช้งาน • [...]
งานช่างแกะสลัก เป็นงานช่างไทยที่มีมาแต่โบราณ งานศิลปกรรมที่เกี่ยวกับการแกะสลักไม้มักรวมเรียกว่า เครื่องไม้จำหลัก นับว่าเป็นงานศิลป์ไทยที่อยู่เคียงคู่กับชาติไทยมาช้านาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แต่ไม้เป็นวัตถุที่เสื่อมสลายดังนั้นศิลปะที่ทำด้วยไม้ดังกล่าวจึงไม่เหลือ ให้เป็นหลักฐานในปัจจุบัน
ช่างสิบหมู่ ช่างหลวง ช่างเขียน ในบรรดาช่างทั้งปวง ที่รวมกันเป็นช่างสิบหมู่นั้น ช่างเขียนจัดว่าเป็นตวามสำคัญเป็นพิเศษ เพราะงานของช่างเขียนเป็นแม่บทของงานทุกประเภท ช่างเขียนจะต้องฝึกฝนฝีมืออย่างหนัก นับแต่เริ่มหัดเขียนลายเบื้องต้น ที่เรียกว่า การกระทบเส้น จนถึงเขียนเป็นเส้นหนัก เรียกว่า คดให้ได้วง ตรงให้ได้เส้น เมื่อเขียนตล่องมือแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ฝึกการเขียน ภาพพื้นฐานได้แก่ ภาพกนก เป็นลายที่มีแบบฉบับเฉพาะ ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เป็นต้นแบบให้ช่างเขียนนำไปผูกลายได้ไม่สิ้นสุด ภาพนารี คือภาพผู้หญิง รวมถึงภาพพระ เทวดา นางฟ้า และภาพ ไพร่พล ชาวบ้าน ที่เรียกว่า ภาพกาพย์ ซึ่งต้องฝึกเขียนภาพผู้หญิงก่อน เป็นพื้นฐานก่อน จึงเขียนภาพบุคคลต่างๆ ต่อไปได้โดยง่าย ภาพกระบี่ มิได้หมายถึง เฉพาะวานร หรือ ลิง แต่รวมถึง อมนุษย์ ทั้ง อสูรพงศ์ วานรพงษ์ ซึ่งต้องจดจำลักษณะประจำภาพให้แม่นยำ ภาพคช คือภาพช้าง ซึ่งรวมเรียกสัตว์อื่นๆ ทั้งที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ และในจิตนาการ ถือกันว่า หากเขียนรูปช้างได้คล่องแคล่วแล้ว [...]
ช่างสิบหมู่ – ช่างหลวง ข่างปั้น source : Modern nineTV ช่างปั้น คือ ช่างที่มีฝีมือในการที่จะนำวัสดุมาสร้างสรรค์ ให้เป็นรูปทรงให้มีคุณสมบัติพร้อมทั้งความงาม คุณค่าทางศิลป และจิตใจ ช่างสิบหมู่ – ช่างปั้น การปั้นมีหลายประเภท ได้แก่ งานปั้นดินดิบ ใช้ดินเหนียว จากแหล่งธรรมชาติ มาเสริมความแข็งแรงด้วยวัสดุต่างๆ ได้แก่กระดาษฟาง กระดาษข่อย ช่างสิบหมู่ – ช่างปั้น ส่วนการปั้นดินเผา ใช้ทรายละเอียด เป็นส่วนผสม ช่างสิบหมู่ – ช่างปั้น เมื่องานปั้นดิน เสร้จสิ้นสมบูรณ์ หากให้มีสีสรร สวยงาม ก้เขียนระบายสี ที่พื้นผิว เช่นรูป ตุ๊กตาชาววัง ช่างสิบหมู่ – ช่างปั้น หรือหากนำไปเผาให้สุก ก้จะได้สีสรร ตามธรรมชาติ ของเนื้อดิน เช่น พระพิมพ์ กระเบื้องมุงหลังคา [...]
ข้อมูลจาก การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, สถาบันศิลปกรรม กรมศิลปากร กรมช่างสิบหมู่ หรือเรียกสั้นๆว่า ช่างสิบหมู่ เป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่ และภาระโดยตรงในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมประเภทต่างๆ อาทิ ประเภทวิจิตรศิลป มัณฑนศิลป ประณีตศิลป เป็นต้น เพื่อบริการแก่ราชการในส่วนพระองค์สมเด็จพระมหากษัตริย์ เช่น การสร้างเครื่องราชูปโภค พระราชพาหนะ พระราชมณเฑียรสถาน สำหรับสมเด็จพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ รวมทั้งปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ ศาสนสถาน และสังฆภัณฑ์ โดยที่งานช่างสิบหมู่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ “ช่างสิบหมู่” ตามพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตย สถาน อธิบายคำนี้ว่า คือชื่อช่างหลวง ซึ่ง สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงมีลายพระหัตถ์ประทาน พระยาอนุมานราชธน ลงวันที่ 31 ส.ค. 2479 ในหนังสือบันทึกเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ ว่า…ช่างสิบหมู่เป็นแต่ชื่อกรมที่รวบรวมช่างได้มี 10 หมู่ด้วยกัน ไม่ใช่ช่างในบ้านเมืองมีแต่สิบอย่างเท่านั้น แต่ที่เรียกว่าช่างสิบหมู่ก็เพื่อต้องการรวบรวมช่างที่เป็นส่วน สำคัญไว้ก่อนเพียง 10 หมู่ แล้วภายหลังคิดเพิ่มเติมหรือแยกแขนงออกไปอีกตามลักษณะของงาน [...]
ลายรดน้ำ หมายถึง ลวดลายหรือภาพรวมไปถึงภาพประกอบลายต่างๆที่ปิดด้วยทองคำเปลวบนพื้นรัก
สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร ส่วนช่างสิบหมู่ ออกแบบและเขียนแบบ เรื่องราวที่นิยมนำมาเขียนบนฝาผนัง จะเป็นฝาผนังของโบสถ์ วิหาร พระระเบียง วิหารคด พระที่นั่ง หอพระ หอไตรหรือหลังบานประตูหน้าต่าง ล้วนแล้วแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธเป็นหลัก เป็นต้นว่า ทศชาติ นอกจากนี้ก็มีรามเกียรติ์เป็นสำคัญ เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ได้แฝงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของไทยในยุคที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยออกแบบและเขียนแบบในลักษณะที่เราเรียกว่าการมองภาพแบบตานกบิน ในการร่างแบบ ควรร่างบนกระดาษร่าง หรือกระดาษบรู๊ฟเสียก่อน ทำแบบปรุ นำแบบที่ได้ร่างไว้และปรับลายจนเรียบร้อยดีแล้ว มาทำแบบปรุโดยใช้กระดาษไข เบอร์ 70-75 แกรม วางทับลงไปบนแบบที่ได้ร่างไว้แล้ววางซ้อนใต้แบบอีก 2-3 แผ่น ลงมือปรุแบบ โดยใช้เข็มปรุแบบจนแล้วเสร็จ ตรวจดูความเรียบร้อย ไม่หลงลืม โดยเช็คดูจากแผ่นกระดาษไขบนแบบร่าง ในการยึดแบบร่างกับกระดาษไข เพื่อกันไม่ให้เคลื่อนขณะปรุแบบใช้แม็กเย็บกระดาษเย็บโดยรอบแบบ เสร็จดีแล้วจึงค่อยเอาแม็กเย็บกระดาษออก เตรียมพื้นผนัง ก่อนลงมือเขียนฝาผนังที่เป็นปูน ต้องประสะ (ชโลม) ผนังที่จะเขียนภาพหลาย ๆ ครั้ง โดยใช้น้ำใบขี้เหล็ก เมื่อผนังแห้งดีแล้ว ใช้ขมิ้นชันสดทดลองขีดบนผนังดู ถ้าเป็นสีแดงแสดงว่าผนังยังมีความเค็มต้องประสะอีก จากนั้นทดลองขีดดูถ้าเป็นสีเหลืองของขมิ้นแสดงว่าผนังนั้นหมดความเค็มแล้ว เตรียมการลงพื้นโดยใช้ดินสอพองผสมกับแป้งเปียกที่ทำจากเม็ดมะขาม (นำเม็ดมะขามไปคั่วจนเปลือกร่อนออกแล้วนำไปต้มจนเปื่อย เป็นแป้งเปียก) [...]
งานช่างแกะสลัก สถาบันศิลปกร กรมศิลปากร ส่วนช่างสิบหมู่ งานช่างแกะสลัก เป็นงานช่างไทยที่มีมาแต่โบราณ งานศิลปกรรมที่เกี่ยวกับการแกะสลักไม้มักรวมเรียกว่า เครื่องไม้จำหลัก นับว่าเป็นงานศิลป์ไทยที่อยู่เคียงคู่กับชาติไทยมาช้านาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แต่ไม้เป็นวัตถุที่เสื่อมสลายดังนั้นศิลปะที่ทำด้วยไม้ดังกล่าวจึงไม่เหลือ ให้เป็นหลักฐานในปัจจุบัน สมัยสุโขทัย สมัยสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 19 – 20 งานศิลปกรรมแกะสลักปรากฏให้เห็นในลักษณะงานต่าง ๆ เช่น ใช้เป็นส่วนประกอบโบสถ์ วิหาร อาคาร สถาปัตยกรรมซึ่งมีการแกะสลัก ประดับอาคารอย่างวิจิตรงดงาม แต่ด้วยกาลเวลาล่วงเลย จึงเสื่อมสภาพ ผุพัง 1 สูญหายไป แต่ที่มีเหลือให้พอศึกษาได้ก็เห็นจะได้แก่บานประตูพระปรางค์ วัดพระศรีมหาธาตุ เมืองเชลียง อำเภอ สวรรคโลก ซึ่งขณะนี้อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดพิษณุโล สมัยอยุธยา สมัยอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 – 30 งานศิลปกรรมแกะสลักหรือที่เรียกว่า เครื่องไม้จำหลักนี้เจริญรุ่งเรืองที่สุดแขนงหนึ่ง งานศิลปกรรมแกะสลักในสมัยอยุธยานี้ยังคงเหลือตกทอดมาในปัจจุบันอยู่บ้าง เช่น บานประตูโบสถ์ วิหารจำหลักสังเค็ค ธรรมาสน์ ตู้ใส่หนังสือพระไตรปิฏก งานแกะสลักในสมัยอยุธยาไม่ได้ทำเฉพาะประเภทประดับตกแต่งเท่านั้น ยังคิดทำพระพุทธรูปไม้อีกด้วย ซึ่งงานแกะสลักไม้ให้เป็นพระพุทธรูปนั้น [...]
Recent Comments